เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568 บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด ได้จัดสัมมนาเรื่อง “From Breach to Resilience: Insights into Cyber Insurance Strategies” ณ โรงแรม Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit โดยมีพันธมิตรและลูกค้ากว่า 150 ท่านให้ความสนใจเข้าร่วมงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคธุรกิจต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ชญานิน เกิดผลงาม รองเลขาธิการ ด้านกลยุทธ์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการบริหารความเสี่ยงไซเบอร์ การสัมมนาเริ่มต้นด้วยคำกล่าวเปิดงานโดย นายจิตวุฒิ ศศิบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ และนายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ซึ่งได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่องค์กรทุกขนาดต่างเผชิญกับความเสี่ยงด้านไซเบอร์ และความสำคัญของการมีมาตรการป้องกันและการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง การบรรยายช่วงแรกเป็นของ Dr. Nimrod Kozlovski ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Cytactic จากประเทศอิสราเอล ซึ่งได้นำเสนอแนวทางการจัดการวิกฤตทางไซเบอร์ โดยเน้นถึงความสำคัญของการมีแผนรับมือที่เป็นระบบและทีมผู้เชี่ยวชาญที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในขณะที่ Mr. Jean Bayon de la Tour หัวหน้าฝ่าย Head of Cyber – International จาก Howden ประเทศอังกฤษ ได้บรรยายในหัวข้อ Global Cyber Risk ซึ่งกล่าวถึงแนวโน้มของภัยคุกคามไซเบอร์ที่รุนแรงขึ้น เช่น การโจมตีแบบ Ransomware การรั่วไหลของข้อมูล และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อความปลอดภัยขององค์กร พร้อมการนำเอาระบบประกันภัยไซเบอร์มาใช้ เพื่อจัดการความเสี่ยง รวมถึงได้ทั้งเผยสถิติที่น่าตกใจว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับสามของภูมิภาคเอเชียที่เผชิญกับภัยไซเบอร์มากที่สุด ในส่วนของการเสวนา ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำระดับโลกได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการบริหารความเสี่ยงไซเบอร์และมาตรการป้องกัน โดยมีการเสวนาในหัวข้อ “Navigating the Risk Landscape” ซึ่งมี Mr. Ajar Kumar จาก Crowdstrike และ…
Author: staff
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมฉ้อฉลประกันภัย จัดฉากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนคนเสียชีวิต และมีการแจ้งเคลมเงินประกันภัยจำนวนกว่า 14 ล้านบาท โดยเหตุเกิดที่บ้านนาบัว-เจริญศิลป์ ต.ธาตุ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจสกลนคร ได้จับกุมผู้ต้องหาที่จัดฉากฆาตกรรมอำพราง หนุ่มวัย 32 ปี ทำเป็นอุบัติเหตุรถยนต์ตกท้ายกระบะ ก่อนที่รถอีก 2 คันขับตามทับร่างเสียชีวิต บริษัทประกันภัยได้พบความผิดปกติจากพฤติกรรมที่อาจจะเข้าข่ายหรือมีสัญญาณเตือนการเกิดทุจริต หรือฉ้อฉลประกันภัยเกิดขึ้น ทั้งนี้ การจัดฉากเป็นอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน 3 คัน พบว่ารถดังกล่าวมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (ประกันภัย พ.ร.บ.) และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ รวม 28 กรมธรรม์ จากจำนวน 15 บริษัท มีวงเงินความคุ้มครองรวมกว่า 14 ล้านบาท ซึ่งปรากฏเป็นข่าวดังในสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ภาคธุรกิจประกันภัยพบประเด็นที่เป็นความผิดปกติและพฤติกรรมที่อาจจะเข้าข่ายฉ้อฉลหรือมีสัญญาณเตือนการเกิดทุจริตฉ้อฉลประกันภัย เริ่มจากเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากทายาทของผู้เสียชีวิตยื่นเอกสารขอเบิกค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารผ่านทางบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขามุกดาหาร ซึ่งทำหน้าที่รับคำร้องแทนบริษัทประกันภัยต่าง ๆ และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยรถ จำกัด สาขามุกดาหาร จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลรถคันเกิดเหตุ พบว่ามีการเอาประกันภัย โดยมีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหลายฉบับ จึงได้ทำการบันทึกรับแจ้งเหตุ แต่ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรอเอกสารจากผู้เสียหายเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนต่อไป จากนั้นได้มีการประสานกับบริษัทประกันภัยอื่น ๆ ที่มีการรับประกันภัยรถคันดังกล่าวเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันระหว่างบริษัทประกันภัยและบริษัทกลางฯ พบว่า พฤติกรรมดังกล่าวนั้นมีความผิดปกติและอาจเข้าข่ายฉ้อฉล เนื่องจากมีการทำประกันภัยหลายฉบับในระยะเวลาใกล้เคียงกันและก่อนวันเกิดเหตุไม่กี่วัน และมีการยื่นเคลมค่าสินไหมทดแทนหลายในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนด้วย จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบร่วมกัน และประสานงานไปยังสำนักงาน คปภ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดกระบวนการสืบสวน สอบสวนและนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนหลายรายในข้อหาร่วมกันฆาตกรรมผู้ประสบภัยซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ หากภาคธุรกิจประกันวินาศภัยไม่พบพฤติกรรมที่เข้าข่ายการฉ้อฉลประกันภัย บริษัทประกันภัยที่รับประกันภัยในครั้งนี้ จะต้องมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของรถทั้ง 3 คันที่ทำประกันภัยจากทั้งหมด 15 บริษัท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 14,100,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้ …
ธ.ก.ส. ลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่าเขา จังหวัดพังงา ต้นแบบชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร (BAAC Agro-Tourism) เปิดประสบการณ์การทำผ้าบาติกจากเส้นใยธรรมชาติที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน นอกจากนี้ยังตรวจเยี่ยมสาขาและติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ จังหวัดพังงาและกระบี่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีบัญชี 2567 นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดพังงา ได้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่าเขา เกาะยาวน้อย ต้นแบบชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร (BAAC Agro-Tourism) ดำเนินงานจากการรวมกลุ่มของชาวประมงพื้นบ้านตั้งกลุ่มนำภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และการทำผ้าบาติกที่ใช้ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติมีเนื้อบางและนุ่ม เช่น ผ้ามัสลิน ผ้าป่าน ผ้าฝ้าย ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ขึ้นชื่อและไม่เหมือนใครอย่างลายนกเงือก ซึ่งเป็นหนึ่งในนกสัญลักษณ์ที่อาศัยอยู่บนเกาะและถือเป็นมนต์เสน่ห์ของผ้าบาติกที่นี่ โดยนำมาทำเป็นสินค้าจัดจำหน่ายได้ทั้งประเภท เสื้อ ผ้าพันคอ หมวก และของที่ระลึกต่าง ๆ พร้อมการให้บริการที่พักแบบโฮมสเตย์ สัมผัสวิถีกับบรรยากาศและวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนชุมชนแบบใกล้ชิด ทั้งนี้ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ยังได้พูดคุยและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้ามุ่งสู่การเป็นแกนกลางทางการเกษตร (Essence of Agriculture) ตามเป้าหมายของธนาคาร จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมการเลี้ยงกุ้งมังกรและการเลี้ยงปลาช่อนทะเลในกระชัง ของนายอนันต์ หาญจิตร ลูกค้าเกษตรกร ธ.ก.ส. บ้านคลองเหีย เกาะยาวน้อย นับเป็นเอกลักษณ์บนเกาะยาวน้อย โดยเฉพาะกุ้งมังกรเจ็ดสี ที่นิยมเลี้ยงมากที่สุดถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้แก่ครัวเรือนและคนในชุมชน เนื่องจากพบมากในกระแสน้ำอุ่นของมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศแวะมาเยี่ยมเยียนอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่สนใจลองสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตพื้นถิ่นพร้อมเยี่ยมชมสินค้าสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่าเขา เกาะยาวน้อย โทร 089-6461891 หรือ Facebook : ชุมชนท่องเที่ยว O T O P นวัตวิถี บ้านท่าเขา จ.พังงา และ Facebook : Takao Batik – ผ้าบาติก บ้านท่าเขา นอกจากนี้ ในระหว่างการลงพื้นที่ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ยังได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานสาขาในสังกัดสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดพังงา ประกอบด้วย สาขาเกาะยาว และสาขาเกาะยาวน้อย และสาขาในสังกัดสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดกระบี่ ได้แก่ สาขาเหนือคลอง เพื่อให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานของธนาคาร สอบถามปัญหาและตอบข้อสงสัยในการดำเนินงาน…
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด (บลจ.เกียรตินาคินภัทร) ประกาศความสำเร็จจากผลงานการบริหารกองทุนโดดเด่น คว้ารางวัล บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยอดเยี่ยม และสองรางวัลบริหารกองทุนตราสารหนี้ยอดเยี่ยม (ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่สอง) จากเวที Morningstar Awards for Investing Excellence 2025 จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) และ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) รางวัลเหล่านี้มอบให้กับกองทุนและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นโดยมีนายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ นำทีมผู้บริหารรับรางวัล ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ทั้งนี้ 3 รางวัลที่บลจ.เกียรตินาคินภัทรได้รับ ได้แก่ รางวัลบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยอดเยี่ยม (Best Asset Manager) รางวัลกองทุนตราสารหนี้ยอดเยี่ยม ประเภทกองทุนตราสารหนี้ระยะปานกลางและยาว (Best Thailand Mid/Long Term Bond Fund) สำหรับกองทุน KKP INRMF ซึ่งได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 รางวัลกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพยอดเยี่ยม ประเภทตราสารหนี้ (Retirement Mutual Fund – Fixed Income) สำหรับกองทุน KKP INRMF ซึ่งได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า “รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอให้กับผู้ถือหน่วยมาโดยตลอด ภายใต้หลักสำคัญสามประการคือ 1) การวิเคราะห์และตัดสินใจการลงทุนบนปัจจัยพื้นฐาน หลักธรรมาภิบาลและแนวทางความยั่งยืน 2) กระบวนการลงทุนที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และ 3) ผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์และทำงานเป็นทีม สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้เราสามารถบริหารกองทุนได้อย่างมีวินัย มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง เราเชื่อว่ารางวัลอันเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหน่วย ตลอดจนเป็นแรงผลักดันให้ทีมงานทุ่มเทพัฒนากองทุน ผลิตภัณฑ์ และบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบคุณค่าสูงสุดแก่ทุกท่านต่อไป” สำหรับกองทุน KKP INRMF ระดับความเสี่ยง 4 (ความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) มีนโยบายเน้นลงทุนในลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ตราสารหนี้ภาคเอกชน รวมทั้งเงินฝาก…
ธนาคารกรุงเทพ จับมือ เชลล์ ออก ‘บัตรเงินสด เชลล์-ธนาคารกรุงเทพ’ จับตลาดผู้ประกอบการไซส์เล็ก ช่วยควบคุมต้นทุนขนส่ง-กำหนดประเภทน้ำมันได้ เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ เน้นใช้งานง่ายแต่ปลอดภัย ยืดหยุ่นเพราะไม่มียอดซื้อขั้นต่ำ ใบเดียวก็ซื้อได้ ทั้งยังใช้เป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดได้ ตั้งเป้าคว้าผู้ใช้ออกบัตรเงินสดเชลล์-ธนาคารกรุงเทพ 55,000 ใบในปีแรก นางสาวสุดฤทัย ทองสอง เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Senior Vice President สายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมกับบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ออก บัตรเงินสดเชลล์-ธนาคารกรุงเทพ (SHELL-BBL Prepaid Card) ซึ่งเป็นบัตรเงินสดแบบพรีเพด (มีเงินอยู่ในบัตร-ไม่สามารถเติมเงินเพิ่มอีกได้) เพื่อใช้แทนเงินสดสำหรับชำระค่าเติมน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันเชลล์ที่มีกว่า 720 สถานีทั่วประเทศ ตอบโจทย์กับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องใช้รถยนต์สำหรับดำเนินงาน เช่น การขนส่ง เดลิเวอรี่ หรือการออกให้บริการนอกสถานที่ เป็นต้น เพื่อให้กำหนดวงเงินการใช้จ่ายได้ตามที่ต้องการ จึงทำให้ธุรกิจบริหารต้นทุนด้านการขนส่งให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยมีบัตร 2 ประเภท ตามการใช้งาน ได้แก่ 1. บัตร Shell V-Power สำหรับลูกค้าที่ต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงเกรดพรีเมียมสมรรถนะสูงสุดของเชลล์ในประเภท V-Power เท่านั้น โดยมีอายุการใช้งานบัตร 1 ปี 2. บัตร Shell All Product สำหรับลูกค้าที่ใช้งานทั่วไปสามารถเติมน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทุกประเภท ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อซีเล็ก เชลล์คาเฟ และบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง โดยมีอายุการใช้งานบัตร 1 ปี “ธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนมากต้องใช้รถยนต์เข้ามาสนับสนุนการทำงานเป็นประจำ ซึ่งบางรายอาจเลือกใช้บัตรเครดิตสำหรับองค์กร หรือ Fleet Card เข้ามาช่วยจัดการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเติมน้ำมันได้ดีอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันยังมีผู้ประกอบการรายเล็กอีกจำนวนมาก ที่อาจจะยังไม่เข้าเงื่อนไขการสมัครใช้ Fleet Card ได้ ตรงนี้จึงยังเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ “เพื่อนคู่คิด” ที่เข้าใจและพร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการทุกกลุ่ม จึงได้ร่วมกับเชลล์ ซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันชั้นนำของประเทศตั้งใจเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ โดยใช้รูปแบบของบัตรแบบพรีเพดซึ่งใช้งานง่าย สะดวกและปลอดภัย ทั้งมีความยืดหยุ่นสูง เพราะไม่จำกัดจำนวนบัตรขั้นต่ำที่ต้องการซื้อ และไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการซื้อบัตรมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป…
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) นำโดย นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร ให้การต้อนรับนางสิริพร จังตระกุล เลขาธิการสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และสมาชิกอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมกิจการ พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและไทย ในสายตานักลงทุนสถาบัน” อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการลงทุนกับผู้บริหารของบลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำภาพความเป็น Trusted Asset Manager ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) ประสบความสำเร็จจากผลงานการบริหารกองทุนอย่างโดดเด่น โดยเข้ารับ 2 รางวัลกองทุนยอดเยี่ยมจากกองทุน KT-HiDiv-D และ KT-HiDiv RMF ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่ได้รับรางวัลนี้ จากงาน Morningstar Awards for Investing Excellence 2025 ซึ่งจัดโดย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) โดยมีนางชวินดา หาญรัตนกูล (กลาง) กรรมการผู้จัดการ นายวีระ วุฒิคงศิริกูล (ที่ 4 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน และนางแสงจันทร์ ลี (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน งานลงทุนในตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัล พร้อมทั้งทีมผู้จัดการกองทุนที่เข้าร่วมแสดงความยินดี ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 นี้ สำหรับ 2 รางวัลที่ได้รับประกอบด้วย รางวัลกองทุนตราสารทุนยอดเยี่ยมปี 2025 ประเภท กองทุนหุ้นขนาดใหญ่ (Equity Large Cap) จาก กองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นไฮดิวิเดนด์ (ชนิดจ่ายเงินปันผล) (KT-HiDiv-D) และรางวัลกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพยอดเยี่ยม ปี 2025 ประเภท ตราสารทุน (Retirement Mutual Fund – Equity) จาก กองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นไฮดิวิเดนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-HiDiv RMF) โดยทั้งสองกองทุนมีความเสี่ยงระดับ 6 และมีการลงทุนแบบเชิงรุก โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานที่ดีและมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ทั้ง 2 กองทุนยังได้รับรางวัลดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่…
ที ไลฟ์ ประกันชีวิต ยกระดับการให้บริการด้วยการเปิดตัวให้ลูกค้าซื้อแบบประกัน Smart Annuity 95/5 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจการวางแผนการเงินเพื่ออนาคตในยุคดิจิทัล พร้อมโปรโมชั่นบัตรกำนัลเซ็นทรัล สูงสุด 5% ของเบี้ยประกันภัยปีแรก นายวุฒิเลิศ สุวรรณศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปิดตัวประกัน Smart Annuity 95/5 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) ผ่านช่องทางออนไลน์ คือก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการวางแผนเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความสะดวกสบาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส ลูกค้าสามารถคำนวณเบี้ยประกัน และทำธุรกรรมได้ทันทีแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใด” แบบประกัน Smart Annuity 95/5 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) มีจุดเด่นหลายประการ โดยเฉพาะการจ่ายเบี้ยประกันสั้นเพียง 5 ปี แต่ให้ความคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 95 ปี ด้วยเงินเอาประกันภัยเริ่มต้นเพียง 50,000 บาท รองรับผู้สนใจตั้งแต่อายุ 20-55 ปี ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินบำนาญสูงสุด 36 งวด ปีละ 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 60-95 ปี รวมสูงสุดถึง 720% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองชีวิตในช่วงก่อนรับเงินบำนาญที่ 110% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ (แล้วแต่มูลค่าใดสูงกว่า) และที่สำคัญ ผู้เอาประกันภัยสามารถนำเบี้ยประกันไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาทต่อปี ตลอดระยะเวลาการชำระเบี้ย ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อีกด้วย นอกจากนี้ T Life ยังเพิ่มความพิเศษสำหรับผู้ซื้อแบบประกัน Smart Annuity 95/5 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) จำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น 50,000 บาทขึ้นไป · รับบัตรกำนัลเซ็นทรัล มูลค่า 5% ของเบี้ยประกันภัยปีแรก เมื่อชำระเบี้ยด้วยเงินสดแบบรายปี · รับบัตรกำนัลเซ็นทรัล มูลค่า 4%…
กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital: CVC) ในเครือกรุงศรี เดินหน้าวางรากฐานที่แข็งแกร่ง ด้วยแนวคิด Scaling New Height Together เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็น Global Venture Capital และสนับสนุนสตาร์ตอัปทั้งไทยและอาเซียนให้เติบโต พร้อมโชว์ความสำเร็จจากการปั้นสตาร์ตอัปไทยและอาเซียนในรอบนำเสนอผลงาน 12 ทีมสุดท้ายของ Finno Efra Accelerator Program ที่มีองค์กรและนักลงทุนชั้นนำเข้าร่วม Demo Day อย่างคับคั่ง กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด ในเครือกรุงศรี กล่าวว่า “กรุงศรี ฟินโนเวต ยังคงมุ่งผลักดัน Startup Ecosystem ทั้งในไทยและในภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตในทุกช่วงอย่างแข็งแกร่ง ในปีนี้ กรุงศรี ฟินโนเวต จะให้น้ำหนักการลงทุนในสตาร์ตอัปอาเซียนเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับในส่วนของความร่วมมือ (Partnerships) จะได้เห็นความร่วมมือในต่างประเทศมากขึ้น จึงนับได้ว่าเป็นการขยายศักยภาพและความเชี่ยวชาญของ กรุงศรี ฟินโนเวต ออกไปในระดับภูมิภาคอาเซียนให้มากขึ้น เพื่อปูทางสู่เป้าหมายสำคัญในการเป็น Venture Capital ระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในภูมิภาคอาเซียน สอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคาร กรุงศรี” ทั้งนี้ ปี 2567 ที่ผ่านมา กรุงศรี ฟินโนเวต ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจแก่สตาร์ตอัปที่มีศักยภาพผ่านการสร้างสรรค์อีโคซิสเต็มที่เหมาะสมต่อการเติบโตและขยายโอกาสทางธุรกิจ ไม่เพียงแค่ในด้านฟินเทค แต่ยังรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลและความยั่งยืน ด้วยเห็นถึงพลวัตเศรษฐกิจที่การบูรณาการอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในระดับธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม โดยปีที่ผ่านมากรุงศรี ฟินโนเวต ได้เปิดตัวโครงการบ่มเพาะสตาร์ตอัปไทย “Finno Efra Accelerator Program ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงศรี ฟินโนเวต กับ อีฟราสตรัคเจอร์ เพื่อเสริมศักยภาพให้กับสตาร์ตอัปรุ่นใหม่ โดยได้รับเกียรติจากเมนเทอร์และโค้ชผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าของเมืองไทย ซึ่งใน Batch 1 มีสตาร์ตอัป 12 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก จากราว 200 สตาร์ตอัปที่สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยหลังจากที่ทั้ง 12 ทีมผ่านการเข้าเรียนกว่า 30 คลาสในช่วงสี่เดือน เราจึงได้จัดให้ทั้ง 12 ทีมได้มีโอกาสนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการ บริษัท นักลงทุน…
ประธานกรรมการ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศเดินหน้าสู่การเป็น “ธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Banking)” อย่างแท้จริง มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และเติบโตไปด้วยกันแบบทั่วถึง (Inclusive Growth) ภายใต้ปรัชญา Make REAL Change ผ่านการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด B+ESG ที่ผสานธุรกิจและความยั่งยืนให้เป็นเนื้อเดียวกัน เดินหน้าขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ทรานส์ฟอร์มองค์กรรอบด้าน โฟกัสบนลูกค้า 5 กลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมให้ทั้งลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรและคนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการ ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ทีทีบีมุ่งดำเนินธุรกิจตามแนวคิด B+ESG ที่ผสานธุรกิจและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน โดยเน้นสร้างการเติบโตแบบทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนที่มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) มีโอกาสเติบโตไปด้วยกัน ทั้งลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และสังคม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจที่ดีกว่าในระยะยาว และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น เพื่อก้าวสู่การเป็น “ธนาคารเพื่อความยั่งยืน” โดยตลอดเส้นทางการดำเนินธุรกิจของทีทีบีได้สร้างชีวิตทางการเงินและแก้ปัญหาให้กับผู้คนอย่างแท้จริง ทีทีบีให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีพันธกิจมุ่งยกระดับชีวิตทางการเงินของไทยให้ดีขึ้น ผ่านโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล เช่น บัญชี ttb all free ที่มอบสิทธิประโยชน์ “ประกันอุบัติเหตุ ฟรี” ช่วยเพิ่มความคุ้มครองให้ลูกค้ากว่า 2.2 ล้านคน คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลไปกว่า 222 ล้านบาท และยังมีบริการรวบหนี้ (Debt Consolidation) ที่ทำให้ลูกค้าปลดหนี้ได้ไวขึ้น ซึ่งในปี 2567 ช่วยลูกค้ารวบหนี้ไปแล้วกว่า 37,000 ราย แบ่งเบาภาระดอกเบี้ยจากสินเชื่อรวบหนี้ เป็นมูลค่ากว่า 2,100 ล้านบาท รวมทั้งยังช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนผ่านแพลตฟอร์มซื้อ-ขายรถมือสอง Roddonjai เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าเต็นท์รถอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีรถที่พร้อมขายทั้งหมด 77,000 คัน จากดีลเลอร์และพันธมิตรกว่า 3,000 รายทั่วประเทศ และมียอดขายรถมากกว่า 40% ของจำนวนรถที่นำเสนอขายทั้งหมด ปัจจุบันปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้น ทีทีบีมุ่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net-zero Commitment เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ผ่านกลยุทธ์ Climate Strategy ที่ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานของธนาคาร…
