Author: staff

เบี้ยประกันภัยจากธุรกิจใหม่ของ FWD Group เพิ่มขึ้น 46% เป็น 679 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 1/2568 ส่วนสำคัญมาจากธุรกิจใหม่ของ FWD Group ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในฮ่องกงและมาเก๊า FWD Group Holdings รายงานว่าเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจใหม่ (APE) เติบโต 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นเป็น 679 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 1/ 2568 ตามข้อมูลอัปเดตทางการเงินล่าสุด ขณะเดียวกันมูลค่าธุรกิจใหม่ (VNB) เพิ่มขึ้น 32% เป็น 287 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสเดียวกัน จาก 215 ล้านเหรียญสหรัฐในปีก่อนหน้า อัตรากำไรจากการให้บริการตามสัญญาของธุรกิจใหม่ (CSM ของธุรกิจใหม่) เติบโต 55% เมื่อเทียบเป็นรายปีเป็น 465 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในฮ่องกงและมาเก๊า FWD Group กล่าวว่า เบี้ยประกันภัยจากธุรกิจใหม่และ CSM ธุรกิจใหม่มีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าที่เดินทางมาท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และในจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยและกัมพูชา มีตัวบ่งชี้ว่าธุรกิจใหม่ได้รับผลกระทบจาก “ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง” FWD Group ระบุว่า กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (emerging market) พบว่าเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจใหม่เติบโตสองหลัก นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่นยังรายงาน “ตัวบ่งชี้ธุรกิจใหม่ที่มั่นคง” อีกด้วย

Read More

gettgo จับมือ ทูนประกันภัย เสิร์ฟบริการใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Only at gettgo” กับบริการ Airport Lounge เพิ่มความอุ่นใจอีกขั้นให้คนเดินทาง พร้อมมอบส่วนลดสูงสุด 20% โดยทูนประกันภัย พร้อมให้บริการแก่ลูกค้า gettgo แล้ววันนี้ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม gettgo เว็บไซต์เปรียบเทียบและซื้อขายประกันออนไลน์ ได้เปิดตัวแบบประกันเดินทางใหม่ต้อนรับไฮซีซั่นช่วงกลางปี โดยชูจุดเด่น “บริการห้องรับรองสนามบิน (Airport Lounge)” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ พร้อมมอบความอุ่นใจและความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง อีกทั้งยังครอบคลุมการให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินอย่างครบถ้วน นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การเดินทางไม่ได้เป็นแค่เพียงการมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางเท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมไปถึงการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างการเดินทาง มีความสะดวกสบายและได้รับความคุ้มครองตลอดเส้นทางอีกด้วย ในโอกาสนี้ gettgo ร่วมมือกับ ทูนประกันภัย ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันการเดินทางรูปแบบใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุ การรักษาพยาบาลหรือการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง รวมถึงบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง เสมือนมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเดินทางไปด้วยในทุกเส้นทาง “การร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยการเพิ่มทางเลือกใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น เราจึงมุ่งเน้นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในหลากหลายสถานการณ์ เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเมื่อออกเดินทาง” นายวรวัฒน์ กล่าว แนวคิดของผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริงของนักเดินทางจำนวนมาก ที่เคยเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทาง หนึ่งในกรณีตัวอย่างคือ นักธุรกิจที่เดินทางไปยังประเทศในยุโรป และเกิดอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลันในช่วงเวลากลางดึก โชคดีที่แผนประกันของ ทูนประกันภัย มีบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ทำให้ได้รับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้เคียงได้อย่างทันท่วงที อีกหนึ่งตัวอย่างคือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่างประเทศ และต้องเผชิญกับเที่ยวบินล่าช้าเกินกว่า 2 ชั่วโมง ในกรณีนี้ แผนประกันการเดินทางของ ทูนประกันภัย สำหรับลูกค้า gettgo กับความคุ้มครองสุดเอ็กซ์ คลูซีฟ “Only at gettgo” เท่านั้น มอบสิทธิ์ในการเข้าใช้บริการห้องรับรองสนามบิน (Airport Lounge) เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยให้ช่วงเวลารอคอยเป็นไปอย่างราบรื่นและผ่อนคลาย ซึ่งถือเป็นบริการพิเศษที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางในสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ “ในปัจจุบัน บทบาทของประกันภัยการเดินทางได้ขยายจากการเป็นเพียงเอกสารประกอบการขอวีซ่า ไปสู่การเป็นเพื่อนคู่ใจที่มอบความอุ่นใจและความมั่นใจให้ผู้เดินทางในทุกเส้นทาง” คุณศศิวิมล ช่อลัดดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร…

Read More

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ของ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG ที่จัดผ่าน E-AGM ปีนี้ บรรยากาศราบรื่นสุด ๆ ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติทุกวาระอย่างเป็นเอกฉันท์ สะท้อนความมั่นใจในทิศทางธุรกิจที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง จับตา “ปันผลในปีหน้า” งานนี้นักลงทุนหลายรายเริ่มตั้งความหวัง ขณะที่ฝ่ายบริหารยังคงเน้นกลยุทธ์ระยะยาว มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจผันผวน งานนี้ XPG ไม่ได้แค่เดินหน้าเฉย ๆ แต่อาจจะเริ่มส่งสัญญาณว่ากำลังจะ “มาแรง” อีกครั้งแล้วก็..เป็น..ได้”

Read More

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ภายใต้การนำของคณะกรรมการบริษัทฯ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจสินเชื่อและบริการทางการเงินของกลุ่มศรีสวัสดิ์ ในการประชุมครั้งนี้ ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติทุกวาระ รวมถึงการอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2567 รวมเป็นเงิน 211.47 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.04 บาท รวมเป็นเงิน 60.42 ล้านบาท และ การจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญในอัตรา 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล รวมเป็นจำนวน 151.05 ล้านหุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจที่มีเสถียรภาพ และแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต ทั้งนี้ การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ยังแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการมุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน ตามพันธกิจของ SAWAD ในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตเคียงคู่สังคมไทยอย่างมั่นคง โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ในวันที่ 29 เมษายน 2568 ถ่ายทอดสดจากห้องประชุมออดิทอเรียม ณ อาคารศรีสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

Read More

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ณ อาคารศรีสวัสดิ์ สำนักงานใหญ่ โดยมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท พร้อมรายงานผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ซึ่งยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเช่าชื้อรถจักรยนต์ และสร้างผลการดำเนินงานอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงศักยภาพของของบริษัทในการที่บูรณาการสู่ความยั่งยืน ในการประชุมครั้งนี้ ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติทุกวาระตามที่คณะกรรมการได้นำเสนอในครั้งนี้ รวมถึงการอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2567 โดยเป็นการจ่ายในรูป “หุ้นปันผลและเงินสด” ในอัตรารวม 0.0223 บาทต่อหุ้น และกำหนดจ่ายในวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ทั้งนี้เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้น และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SCAP ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องและยืนยาว การประชุมในครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใส และแนวทางการบริหารงานที่เปิดกว้าง เน้นการพัฒนาองค์กรควบคู่กับการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า และพันธมิตร

Read More

สมาคมบริษัทจัดการลงทุนและสมาชิกบริษัทจัดการลงทุน 19 แห่ง โชว์ความพร้อมสนับสนุนภาครัฐโดยกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรในการสนับสนุนให้เกิดเสถียรภาพในตลาดทุนไทย และส่งเสริมกิจการที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ พร้อมนำเสนอ 37 กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (ThaiESGX) ซึ่งประกอบด้วยกองทุนรวมประเภทหุ้นไทย 22 กองทุน และกองทุนรูปแบบผสม 15 กองทุนที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ทำงานประจำ ประกอบธุรกิจส่วนตัวหรือผู้มีอาชีพอิสระ (Freelance) ที่ต้องการการลงทุนระยะยาว 5 ปีขึ้นไป และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในวงเงินที่เพิ่มขึ้น โดยทั้ง 37 กองทุนจะเริ่มเปิดเสนอขายพร้อมกันในวันที่ 2 พ.ค.นี้เป็นต้นไป นางชวินดา หาญรัตนกูล  นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ได้กล่าวว่า “ภาครัฐโดยกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการจัดตั้งกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน รวมถึงเห็นประโยชน์ของกองทุน ThaiESG ที่ได้เริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อสองปีก่อน จึงได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมสำหรับกองทุนน้องใหม่คือ ThaiESGX ทั้งในส่วนของวงเงินลดหย่อนใหม่พิเศษอีก 300,000 บาท และวงเงินลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการลงทุนระยะยาวที่ใส่ใจความยั่งยืนด้วยการสับเปลี่ยน LTF มายัง ThaiESGX ในวงเงินรวมอีก 500,000 บาท ในรอบปีภาษี 2568-2572 นั้น ในฐานะผู้บริหารและจัดการลงทุนจึงตั้งใจและพร้อมใจกันที่จะแสดงถึง ความมุ่งมั่นของอุตสาหกรรมเพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่าการลงทุนของตนจะมีประสิทธิภาพในระยะยาว มีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดทุนไทย และมีส่วนช่วยผลักดันบริษัทจดทะเบียนไทยและบริษัทผู้ออกตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนให้มุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality, Net Zero มีการใส่ใจสังคมและการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลเพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยมีความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ที่ผ่านมา AIMC ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนายกระดับ ESG ในตลาดทุนไทย ทุกบลจ.ได้ดำเนินการตามนโยบาย       ธรรมาภิบาลการลงทุน (I-code Policy) การนำปัจจัยด้าน ESG มาใช้ในกระบวนการคัดเลือกสินทรัพย์และการลงทุน การเตรียมการในการบริหารจัดการและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (Climate-related Risk) การมีคณะทำงานร่วม AIMC – ESG Policy and Collective Action เพื่อตรวจสอบติดตามบริษัทจดทะเบียนที่อาจไม่ปฏิบัติตาม ESG และความร่วมมือในการจัดทำ Negative List เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้จัดการกองทุนใช้กลั่นกรองบริษัทจดทะเบียนเพื่อลงทุน เป็นต้น ดังนั้นผู้ลงทุนจึงมั่นใจได้ว่า บริษัทจัดการลงทุนจะสามารถบริหารจัดการกองทุนในรูปแบบ ESG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามหลักสากล ผู้สนใจสามารถลงทุนใน ThaiESGX วงเงินลดหย่อนใหม่…

Read More

กลุ่มบริษัทเอไอเอ ประกาศผลประกอบการมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตขึ้นร้อยละ 13 คิดบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (CER) สำหรับไตรมาสที่ 1 สิ้นสุด ณ วันที่ 31มีนาคม 2568 มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 13 อยู่ที่ 1,497 ล้านเหรียญสหรัฐ เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 อยู่ที่ 2,617 ล้านเหรียญสหรัฐ อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) เพิ่มขึ้น 3.0 จุด เป็นร้อยละ 57.5 กำไรจากการให้บริการตามสัญญาเนื่องจากธุรกิจใหม่ (NB CSM) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 อัตราส่วนเงินทุนของผู้ถือหุ้นยังคงแข็งแกร่งอย่างไร้กังวลอยู่ที่เกินกว่าร้อยละ 200 นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า เอไอเอยังคงรักษาผลงานและการเติบโตที่ยอดเยี่ยมในปี 2567 ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสแรกของปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับผลงานไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว ความสามารถของเราในการคว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่สร้างกำไรได้อย่างยั่งยืนในระดับขนาดใหญ่เป็นผลโดยตรงมาจากรูปแบบธุรกิจที่หลากหลายและความยืดหยุ่นสูงในธุรกิจของเรา รวมถึงความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการของเอไอเอที่เพิ่มมากขึ้น โปรแกรมพรีเมียร์ เอเจนซี่ ของเราถือเป็นเสาหลักสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตของเราโดยส่งมอบมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) มากกว่าร้อยละ 75 ของกลุ่มบริษัททั้งหมดในไตรมาสแรกของปี 2568 เรายังคงขยายการเข้าถึงของเราอย่างต่อเนื่องด้วยการสรรหาตัวแทนที่มีคุณภาพสูงและแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยทำให้มีจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานเพิ่มขึ้นโดยรวม ร้อยละ 8 อีกทั้งรูปแบบโปรแกรม พรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่แตกต่างของเรา ที่ได้มุ่งเน้นสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำได้ส่งผลให้ตัวแทนสร้างผลงานได้เพิ่มขึ้น และยังคงรักษาส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและยืดหยุ่นในเวลาเดียวกัน “ความมุ่งมั่นของทีมผู้บริหารที่พิสูจน์แล้วของเราในการสร้างมูลค่าธุรกิจที่มีคุณภาพสูงและยั่งยืนในระยะยาว และเรายังมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานตามลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเรา ที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการส่งมอบผลงานที่ดีท่ามกลางตลาดทุนที่มีความผันผวนทั่วโลก และเข้าถึงปัจจัยกระตุ้นการเติบโตพื้นฐานที่แข็งแกร่งในเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่น่าสนใจที่สุดในโลกสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญของเราจะยังคงส่งมอบคุณค่าระยะยาวที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของเราทุกฝ่ายต่อไป” บทสรุปไตรมาสที่ 1 เอไอเอมีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 คิดเป็นมูลค่า 1,497 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่ 1 ของปี…

Read More

ธนาคารทิสโก้ผูู้นำด้านการวางแผนแบบองค์รวม (Holistic Advisory) ร่วมมือสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) ยกระดับคำแนะนำด้านการวางแผนการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล ส่งเสริมเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าให้ได้รับคุณวุฒิที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ และนักวางแผนการเงิน CFP® พร้อมร่วมเดินสายให้ความรู้ลูกค้าและนักศึกษาทั่วประเทศ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเนื้อหาความรู้ทางการเงินผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย นายพิชา รัตนธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจธนบดี และบริการธนาคาร  ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารทิสโก้ในฐานะผู้นำการวางแผนแบบองค์รวม (Holistic Advisory) ยังคงเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านการวางแผนการเงิน เพื่อให้ลูกค้าทิสโก้เวลธ์ได้รับประโยชน์สูงสุด โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานสำคัญ  3 ประการ คือ 1. ให้คำแนะนำที่ดี  (Good Advice) 2. พัฒนาบทวิเคราะห์เชิงลึก (Good Research) และ 3. คัดสรรผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ยอดเยี่ยม (Good Product) ดังนั้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการวางแผนการเงินที่ได้มาตรฐานในระดับโลก ธนาคารทิสโก้จึงร่วมมือกับสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าของธนาคารเข้ารับการอบรมและสอบเพื่อให้ได้รับคุณวุฒิที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ และนักวางแผนการเงิน CFP® อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ปัจจุบันธนาคารมีจำนวนผู้ที่ได้คุณวุฒิทั้งสองกว่า 106 คน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงหลายท่านของธนาคารทิสโก้ยังได้รับคุณวุฒิ CFP และ AFPT อีกด้วย โดยธนาคารทิสโก้มีเป้าหมายให้ทุกสาขาต้องมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับคุณวุฒิ AFPT เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการวางแผนการเงินอย่างมืออาชีพและถูกต้องตามหลักสากล  เช่น  การวางแผนการเงินเพื่อเกษียณ การวางแผนการเงินเพื่อส่งต่อมรดก เป็นต้น นอกจากความร่วมมือในการพัฒนาเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าแล้วธนาคารทิสโก้ และ TFPA ยังมีแผนงานร่วมกันในการเดินสายให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินแก่ลูกค้าและนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ    ทั่วประเทศ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเนื้อหาการวางแผนการเงินที่ถูกต้อง โดยเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของธนาคารทิสโก้ และของ TFPA อย่างต่อเนื่อง “อย่างไรก็ดี การให้บริการลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง (Wealth) แม้ว่าเราจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพแล้ว ธนาคารยังมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มความแม่นยำของคำแนะนำอีกด้วย โดยธนาคารได้พัฒนาโปรแกรม TISCO My Goal ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยออกแบบแผนการเงินให้ตอบโจทย์ในทุกเป้าหมายที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละรายและสามารถนำไปใช้งานได้จริง  พร้อมคำแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ครบวงจรครอบคลุมทั้งกองทุน ประกัน ที่เราคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ลูกค้าแต่ละรายสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ตามที่ต้องการ” นายพิชากล่าว นายวิโรจน์ ตั้งเจริญ นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (Thai Financial Planners Association – TFPA)…

Read More

บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด (Orbix Technology) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ประกาศความร่วมมือโครงการพัฒนาระบบการตรวจสอบและรับรองเอกสารด้วยบล็อกเชน (Blockchain-Enabled Credential Authenticity) ผ่าน Quarix ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่สามารถเชื่อมโยงและรองรับการทำงานร่วมกันในหลายภาคส่วน ทั้งภาคการเงิน เทคโนโลยี และภาครัฐ ตั้งเป้าหมายสร้างโซลูชันที่รองรับการทำธุรกรรมและบริการสาธารณะด้วยความโปร่งใส มีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัย นายญาณวิทย์ รักษ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด (Orbix Technology) เปิดเผยว่า การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบตรวจสอบรับรองเอกสาร จะทำให้เกิดระบบนิเวศที่สามารถทำงานร่วมกันได้ (Interoperable Ecosystem) ด้วยเทคโนโลยีที่มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และปลอดภัย ซึ่งหากเกิดการนำไปใช้ในภาคบริการสาธารณะก็จะสร้างประโยชน์ในวงกว้าง Orbix Technology จึงร่วมมือกับ depa ดำเนินโครงการพัฒนาระบบตรวจสอบและรับรองเอกสารด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain-Enabled Credential Authenticity) ผ่าน Quarix ที่สามารถเชื่อมโยงทั้งภาคการเงิน เทคโนโลยี และภาครัฐ ทำให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้อย่างแม่นยำ มีความโปร่งใส และมีความน่าเชื่อถือสูง ช่วยลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงข้อมูลหรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต โครงการพัฒนาระบบตรวจสอบและรับรองเอกสารด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนดังกล่าว นี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. การร่วมกันพัฒนาระบบที่สามารถตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของเอกสารรับรองผ่านการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ 2. การจัดการและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง และ 3. การสร้างโซลูชั่นรองรับการทำธุรกรรมและบริการสาธารณะด้วยความโปร่งใสและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการนำเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม และพัฒนาให้การทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศและระดับภูมิภาค ด้าน ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือการพัฒนาโครงการการตรวจสอบเอกสารรับรองด้วยบล็อกเชนระหว่าง depa และ Orbix Technology จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสร้างประโยชน์อย่างกว้างขวาง ซึ่ง depa จะประยุกต์ใช้โซลูชันดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการสาธารณะและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมส่งเสริมสังคมให้ยั่งยืนต่อไป สำหรับความร่วมมือระหว่าง depa และ Orbix…

Read More

กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล แถลงผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปีนี้ (สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2568) โดยมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นดังนี้ มีผลกำไรธุรกิจใหม่ (New Business Profit) เติบโตเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อยู่ที่ 608 ล้านเหรียญสหรัฐ (ตามวิธีการคำนวณแบบ Traditional Embedded Value -TEV)  มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) เติบโตเพิ่มขึ้น 4% อยู่ที่ 1,677 ล้านเหรียญสหรัฐ และ มีอัตรากำไรจากธุรกิจใหม่ (New Business Margin) เพิ่มขึ้น 2 จุดเปอร์เซ็นต์ นายอนิล วัธวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล เปิดเผยว่า “เรายังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตด้วยคุณภาพที่เน้นการสร้างกำไรจากธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการดำเนินงาน ที่แข็งแกร่งไตรมาสแรกปีนี้ ได้สะท้อนภาพรวมของผลตอบแทนธุรกิจที่เป็นบวกและการสร้างทุนที่มั่นคง แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของเราอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับประสบการณ์และตอบสนองความต้องการลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น อัตราผลกำไรจากธุรกิจใหม่ (NBP) ที่เติบโตเพิ่มขึ้น 12% สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานที่เราวางไว้ในปีนี้ซึ่งคาดว่า กำไรจากธุรกิจใหม่ตลอดปีจะเติบโตเกินกว่า 10% การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มาจากผลการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียลในหลายประเทศ ที่มีส่วนผลักดันให้เราเติบโตเพิ่มขึ้นทั้งด้านปริมาณและ อัตรากำไร(margin)ที่ขยายตัว 2 จุดเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยี และปรับปรุงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งเสริมศักยภาพด้วยการแต่งตั้ง มร. จอห์น ไช่ ให้ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายขายช่องทางตัวแทนระดับภูมิภาค ควบคู่กับการดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ดูแลตลาด ใน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม อย่างไรก็ตาม เรายังคำนึงถึงส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ พรูเด็นเชียล ได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนเพิ่มอีก 442 ล้านเหรียญสหรัฐ (49 ล้านหุ้น) ภายใต้โครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 23 เม.ย. 2568 และยังอยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ถึงการนำธุรกิจจัดการสินทรัพย์ในอินเดียเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยตั้งใจนำรายได้สุทธิส่งมอบให้แก่ ผู้ถือหุ้น ด้านสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านภาษีและมาตรการการค้าระหว่างประเทศที่กำลังเป็นประเด็นในตอนนี้ ผมเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ด้วยสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ผสานกับเครือข่ายธุรกิจของเราในหลายประเทศ…

Read More