เอไอเอ ประเทศไทย ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ที่ดูแลสุขภาพและมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม กับ “AIA Vitality Active Weekend Charity Challenge ภารกิจสุขภาพดี สู้วิกฤตโควิด 19” โดยร่วมกันเปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นเงินบริจาค ในระหว่างวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 12-13 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้มหลามและได้เสียงตอบรับที่ดีจากสมาชิกเอไอเอ ไวทัลลิตี้ โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีสมาชิก ร่วมออกกำลังกายในกิจกรรมต่าง ๆ รวมจำนวนก้าวเดิน 103,542,500 ก้าว คำนวณเป็นคะแนนออกกำลังกาย 1,029,900 คะแนน ซึ่งเอไอเอ ไวทัลลิตี้ ได้เปลี่ยนคะแนนออกกำลังกายทุก ๆ 100 คะแนน เป็นเงินบริจาคมูลค่า 20 บาท และจากการร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ สามารถเปลี่ยนเป็นยอดเงินบริจาคได้ถึง 205,980 บาท ทั้งนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ขอร่วมทำความดีสมทบเพิ่มอีก 1 เท่า รวมเป็นยอดเงินบริจาคให้แก่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ทั้งสิ้น 411,960 บาท โดยวันนี้ นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมด้วยนางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ และนางชุลีพร ยูปานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเอไอเอ ไวทัลลิตี้ ได้เดินทางไปมอบเงินบริจาคจำนวน 411,960 บาท จากการจัดกิจกรรม “AIA Vitality Active Weekend Charity Challenge ภารกิจสุขภาพดี สู้วิกฤตโควิด 19” ให้แก่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบความเดือดร้อนจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย และประเทศอินเดีย โดยมีนางสาวรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพันธกิจภาคสนามและระบบงานสนับสนุนองค์กร นายเฮอร์รี่ เจมส์ ฮามิตัน ผู้จัดการฝ่ายประสานงานจัดหากองทุน และ นายอานุภาพ สลับแสง ผู้จัดการแผนกจัดหาทุนองค์กรธุรกิจ เป็นตัวแทนในการรับมอบเงินสนับสนุน ณ สำนักงานใหญ่ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
Author: admin
บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) (NSI) ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ.2564 จำนวนทั้งสิ้น 824 หลักทรัพย์ นายสมบุญ ฟูศรีบุญ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) (NSI) เปิดเผยว่า สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศให้ บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2564 ด้วยการคัดเลือกจาก 824 หลักทรัพย์จดทะเบียน (ไม่รวมหลักทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู) ให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (ESG) ในกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials) และยังเป็นบริษัทที่อยู่ในทำเนียบ ESG100 Universe ติดต่อกัน 7 ปี นับแต่มีการจัดอันดับครั้งแรกในปี พ.ศ.2558 “รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นและก้าวไกลไปด้วยกัน” กรรมการผู้อำนวยการ NSI กล่าวย้ำ ทั้งนี้ การจัดอันดับพิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน สำหรับสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่เจ็ดในปีนี้ ขณะที่ การจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจนี้ ถือเป็นแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีคุณภาพและได้รับผลตอบแทนที่มิได้ด้อยไปกว่าการลงทุนในแบบทั่วไป
นายอนุสรณ์ สารีบุตร ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน แม่ริม บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบอุปกรณ์จราจร ได้แก่ กรวยจราจร และกระบองไฟ รวมถึงน้ำดื่ม ให้แก่สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในด้านงานจราจรและการปฏิบัติภารกิจพิเศษ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย
FWD บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่แห่งภูมิภาคเอเชียที่หนุนหลังโดย ริชาร์ด ลี มหาเศรษฐีชื่อดังชาวฮ่องกง ได้ยื่นคำร้องในการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปในสหรัฐฯ (IPO) โดยเดินหน้าเตรียมการต่าง ๆ ในขณะที่กระบวนการดำเนินการค่อนข้างใช้เวลามานาน ข่าวระบุว่า บริษัทโฮลดิ้งของ FWD Ltd และ FWD Group ได้ยื่นร่างการจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกาเพื่อที่จะกระจายหุ้นตามแผน แถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ยืนยันรายงานข่าวของ Bloomberg ก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้ระบุขนาดมูลค่าการลงทุนและไทม์ไลน์ของการเสนอขาย FWD กำลังพิจารณาที่จะระดมทุนประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการขายหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐ จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ การเข้าไปเทรดในตลาดหุ้นสหรัฐสามารถสร้างมูลค่าให้แก่ FWD ประมาณ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แหล่งข่าวกล่าวว่า รายละเอียดต่าง ๆ ยังคงเปลี่ยนแปลงได้ในขณะที่การพิจารณายังดำเนินอยู่ ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องของ FWD ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับขนาดและการประเมินมูลค่าของ IPO มูลค่าของธุรกิจใหม่ (New Business) ซึ่งเป็นมาตรวัดความสามารถในการทำกำไรที่สำคัญ สูงถึง 617 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อนหน้า ตามรายงานที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลของฮ่องกง บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 243 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากรายรับ 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่แล้ว เทียบกับขาดทุน 278 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีอยู่ที่ 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 แหล่งข่าวระบุว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา FWD ได้พิจารณาทางเลือกต่างๆ รวมถึงการขายหุ้นครั้งแรกในฮ่องกง ซึ่ง Bloomberg ได้เคยรายงานไว้ตั้งแต่เดือนกันยายนปีก่อน นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า FWD ยังเคยไตร่ตรองแผนอื่น เช่น การเข้าจดทะเบียนในสหรัฐฯ ผ่านการควบรวมกิจการด้วย จากข้อมูลบนเวบไซต์ของบริษัทระบุว่า FWD ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 และได้เข้าซื้อกิจการมากมายทั่วเอเชียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทดำเนินธุรกิจในตลาดประกันภัยต่าง ๆ เช่น ฮ่องกง มาเก๊า ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ญี่ปุ่น และมาเลเซีย สำหรับผู้ถือหุ้นรายสำคัญก็คือบริษัทในแวดวงประกันภัยและการลงทุน เช่น Swiss Re, GIC Ventures, RRJ Capital และ Hopu Investments ส่วนหนึ่งของการเตรียมการสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ FWD Group กำลังขอการอนุมัติจากผู้ถือพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์เพื่อสลับกับการถือหุ้นใน PCGI Intermediate Holdings ซึ่งเป็นตัวองค์กรที่ต้องการเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ PCGI วางแผนที่จะปรับโครงสร้างหนี้คงค้างของ FWD Group และ FWD Ltd เพื่อเป็นการรวมศูนย์ทางการเงินให้ชัดเจน ทางเลือกที่พิจาราณารวมถึงการโอนหนี้ไปยัง PCGI และการชำระคืนหรือรีไฟแนนซ์เงินกู้ต่างๆ (Source : Broomberg)
ประกันภัยรถยนต์ TIP Lady ที่ให้มากกว่าประกันชั้น 1 จากทิพยประกันภัย ร่วมกับ นีเวียซัน ออกแคมเปญ “หน้าดี๊ดี…เลดี้สู้แดด” ผนึกกำลังกล้าท้าแดด สู้กับแสงด้วย NIVEA SUN TRIPLE PROTECT กันแดดเนื้อเซรั่มสูตรบางเบา สำหรับผิวหน้า ซึมไวในไม่กี่วินาที ใช้ได้ทุกวัน ปกป้องผิวขั้นสุดจากรังสียูวี มลภาวะและผลของแสงสีฟ้าในแดด ที่แรงกว่าหน้าจอถึง 10,300 เท่า มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า TIP Lady และ NIVEA 1. เพียงโชว์ภาพผลิตภัณฑ์ NIVEA SUN ชนิดใดก็ได้ ผ่านทาง inbox Facebook : TIP Lady รับทันที Code Special Promotion สำหรับซื้อประกันรถยนต์ TIP Lady ลดค่าเบี้ยสูงสุด 15% พร้อมรับบัตรน้ำมันสูงสุด 4,000 บาท และ นีเวียซัน ทริปเปิ้ล โพคเท็ค เอ๊กซ์ตร้า เรเดียนซ์ แอนด์ สมูท ขนาด 15 มล. มูลค่า 149 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 64 – 31 ก.ค. 64 2. ผู้ซื้อประกันรถยนต์ TIP Lady ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิ.ย. 64 รับทันที นีเวียซัน ทริปเปิ้ล โพคเท็ค เอ๊กซ์ตร้า เรเดียนซ์ แอนด์ สมูท ขนาด 15 มล. มูลค่า 149 บาท จำนวน 500 ท่านแรก 3. สมาชิก TIP Society ประเภท TIP Gold Lady สามารถรับสิทธ์ ซื้อ นีเวียซัน ทริปเปิ้ล โพคเท็ค ขนาด 40 มล. (สูตรใดก็ได้)…
โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) และ โตเกียวมารีน เอเชีย ร่วมกันสร้างดิจิทัลโซลูชั่น “Self Fact-Find Tool” ด้วยเครื่องมือใหม่นี้ ลูกค้าจะได้รับคำแนะนำผ่านการตรวจสอบทางการเงินแบบง่าย ๆ ทางออนไลน์ เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ความต้องการทางการเงิน ก่อนที่จะเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักสี่ประการ 1) เพื่อลดภาระค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วย 2) เพื่อให้ความคุ้มครองรายได้เมื่อตกงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยต่อชีวิต 3) เพื่อเป็นทุนการศึกษาในอนาคตของลูก 4) เพื่อสร้างความมั่นคงของรายได้เพื่อการเกษียณอย่างมีความสุข มร.โตโยทาเกะ คูวาตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เราหวังว่าเครื่องมือใหม่นี้จะช่วยทำให้ลูกค้าของบริษัทสามารถวิเคราะห์ความต้องการของตัวเองได้ด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกที่ทำให้เข้าใจความสำคัญของการทำประกันชีวิต” ที่ผ่านมา โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) ให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคลโดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้คนในสังคมไทยให้เตรียมพร้อมสำหรับความต้องการของตนในแต่ละช่วงชีวิตได้ดีขึ้น และเพื่อช่วยให้ได้รับอิสรภาพทางการเงินและความมั่นคงทางการเงินในท้ายที่สุด ด้วยเครื่องมือ “Self Fact-Find Tool” ผู้ใช้จะสามารถวางแผนและกำหนดความต้องการต่าง ๆ ในเวลาประมาณ 4 นาที โดยการตอบคำถามเกี่ยวกับรายได้ รูปแบบการออมในปัจจุบัน และความจำเป็นที่ต้องหาเงินให้เพียงพอสำหรับการเกษียณในอนาคต จากคำถามต่าง ๆ ที่แนะนำ ลูกค้าจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นภาพค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนขึ้น ซึ่งรวมถึงข้อมูลค่าใช้จ่ายการรักษาในโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย เพื่อวางแผนค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยรายปีสำหรับการศึกษาแต่ละระดับ เพื่อวางแผนการจัดหาเงินทุนเพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก และจำนวนเงินที่จะสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายรายวันในอนาคตเพื่อวางแผนการเกษียณอายุ มร.ซาลูน ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โตเกียวมารีนเอเชีย กล่าวว่า “ในขณะที่โตเกียวมารีนมองหาแนวทางในการขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ เรายังคงให้ความสำคัญสูงสุดในการจัดหาเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับลูกค้าของเรา เพื่อช่วยปูทางในการสร้างความเชื่อมั่นทางการเงินให้มากขึ้น” สำหรับ “Self Fact-Find Tool” ให้บริการแก่ลูกค้าและผู้สนใจในประเทศไทยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของบริษัท รวมถึงเว็บไซต์ (tokiomarine.com/sfft) แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ “TMLTH Touch Point” และ LINE Official Account (@tokiomarinelife.th)
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชวนสมาชิกฟิตร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ พร้อมมอบสิทธิพิเศษเมื่อช้อปอุปกรณ์และเสื้อผ้ากีฬาแบรนด์ดังผ่านบัตรเครดิตเคทีซีที่ www.sportsworld.co.th สมาชิกรับส่วนลด 200 บาท เมื่อช้อปสินค้าราคาปกติที่ร่วมรายการผ่านบัตรเครดิตเคทีซีตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป และใส่โค้ด “KTCSPW200” ก่อนชำระเงิน (จำนวนจำกัด) พร้อมแลกรับเครดิตเงินคืน 15% เมื่อช้อปในวันศุกร์ – วันอาทิตย์ และ แลกรับเครดิตเงินคืน 13% เมื่อช้อปในวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบทุก 1,000 บาทต่อเซลส์สลิป และใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE โทรศัพท์ 02 123 5000 หรือที่เว็บไซต์ www.ktc.co.th สมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์เพื่อสมัครบัตรเครดิตได้ที่นี่ https://ktc.today/apply-card
ไทยประกันชีวิต พร้อมดูแลสุขภาพลูกค้าอย่างครบรอบด้าน รองรับสภาวการณ์ปัจจุบัน ด้วยแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร หรือ Eco-Health System ผ่านการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่กับสิทธิพิเศษด้านสุขภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด นายไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตดำเนินนโยบายมุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่ง และชีวิตที่ดีมีคุณค่า โดยเฉพาะการส่งมอบสุขภาพที่ดีแบบครบวงจร หรือ Eco-Health System เนื่องด้วยสภาวการณ์ปัจจุบันที่ผู้บริโภคตระหนักและใส่ใจกับสุขภาพเพิ่มมากขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโรคโควิด-19 หรือค่ารักษาพยาบาลที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงได้พัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์พิเศษ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการดูแลสุขภาพแบบครบรอบด้านให้แก่ผู้เอาประกันภัย ตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคอย่างครบรอบด้าน ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพ (Health Services) ที่ควบคู่ไปกับแบบประกัน เพื่อให้ครอบคลุมและเป็นทุกคำตอบของการดูแลด้านสุขภาพอย่างแท้จริง โดยบริการพิเศษ “ไทยประกันชีวิต Health Care Solutions” ที่ครบรอบด้านและเป็นทุกคำตอบของการบริการ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้เอาประกันภัยในทุกสถานการณ์ พร้อมเชื่อมต่อทุกโมเมนต์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นยามปกติ ยามเจ็บป่วยที่ต้องการที่ปรึกษา หรือกรณีฉุกเฉิน ประกอบด้วยหลากหลายบริการด้านสุขภาพ ได้แก่ ไทยประกันชีวิตฮอตไลน์ – บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ และการเดินทางฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ ทั่วโลก ทุกกรมธรรม์, ไทยประกันชีวิตเมดิแคร์ บริการอำนวยความสะดวกด้านค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้เอาประกันภัยผ่านแฟกซ์แคลม โดยเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และไทยประกันชีวิต Medical Second Opinion (MSO) บริการให้คำปรึกษาความเห็นที่สองทางการแพทย์ ที่จะช่วยให้มั่นใจเมื่อต้องเผชิญโรคต่างๆ ด้วยความเห็นทางการแพทย์ และแนวทางการรักษาเพิ่มเติม โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากต่างประเทศ เพื่อตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด “การซื้อประกันสุขภาพในปัจจุบัน นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับตามกรมธรรม์แล้ว ลูกค้าควรพิจารณาถึงบริการเสริมด้านสุขภาพอย่างครบรอบด้าน เพื่อให้ครอบคลุมการได้รับบริการด้านการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด” นายไชยกล่าว ขณะเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับการใช้ชีวิตของผู้เอาประกันภัยในปัจจุบัน บริษัทฯ ยังได้พัฒนาบริการผ่านระบบออนไลน์หลากหลายบริการ อาทิ บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต สำหรับผู้เอาประกันภัยรายบุคคลที่มีประกันสุขภาพแบบผู้ป่วยนอก หรือ OPD กับบริษัทฯ…
โครงการไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เดินหน้าสืบสานวัฒนธรรมไทย ผ่านโครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ส่งเสริมเยาวชนร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ พร้อมส่งต่อสำนึกรักความเป็นไทยสู่สังคมอย่างยั่งยืน เปิดเวทีจัดประกวด 3 กิจกรรม ได้แก่ “การประกวดมารยาทไทย” ปลูกฝังมารยาทแบบไทย “ประกวดอ่านฟังเสียง” เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมด้านภาษา เพิ่มกิจกรรมใหม่เชื่อมสู่คนรุ่นใหม่ “ประกวดวาดภาพดิจิทัล” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลทุนการศึกษา โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 27 สิงหาคม 2564 ผ่าน www.เท่อย่างไทย.com นางกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า ตามที่มูลนิธิทีเอ็มบีซึ่งทำหน้าที่ในการดำเนินโครงการไฟ-ฟ้า กิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนภายใต้การสนับสนุนหลักจากธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้จัดโครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” (ชื่อเดิม “ทีเอ็มบี | ธนชาต… ริเริ่ม เติมเต็ม เอกลักษณ์ไทย) ในปีนี้ได้เดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านการอนุรักษ์ความเป็นไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมเยาวชนให้ร่วมกันรักษาวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยและทำหน้าที่เป็นเมล็ดพันธุ์ส่งต่อสำนึกรักความเป็นไทยสู่สังคมอย่างยั่งยืน โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ครั้งที่ 49 ประจำพุทธศักราช 2564 มุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนให้ตระหนักและรู้คุณค่าในเอกลักษณ์อันดีงามของไทย โดยแยกประเภทการประกวด ดังนี้ การประกวดมารยาทไทย เป็นการประกวดในระดับประถมศึกษา โดยในครั้งนี้ได้มีการจัดทำคลิปวิดีโอเกี่ยวกับวิธีการที่ถูกต้องของมารยาทไทยในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งการไหว้ การยืนเดินนั่ง และการรับ-ส่งสิ่งของ ผ่านwww.เท่อย่างไทย.com เพื่อเป็นการส่งต่อคุณค่าของมารยาทไทยที่ถูกต้องสวยงามตามประเพณีไทยให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นการประกวดในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้เข้าร่วมประกวดด้วย การประกวดอ่านฟังเสียงเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมด้านภาษาของชาติ โดยส่งเสริมให้เยาวชนสามารถอ่านออกเสียงภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เป็นการประกวดในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 และ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) แบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทชาย และประเภทหญิง โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นสามารถอ่านอักษรเบลล์เพื่อการสื่อสารได้เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย การประกวดวาดภาพดิจิทัลเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะในรูปแบบและวิธีการใหม่ที่ทันต่อโลกในยุคปัจจุบัน โดยเปิดรับนักเรียนทั้งชายและหญิง จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศที่มีความสนใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือโปรแกรมต่าง ๆ แบ่งระดับผู้เข้าประกวดเป็น 2 ระดับ คือ 1.ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 และ 2. ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 และ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) “แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ยังคงเดินหน้าสานต่อการจุดประกายเยาวชนให้ร่วมกันอนุรักษ์คุณค่าและเอกลักษณ์อันดีงามของไทย โดยได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกวดรอบคัดเลือกเป็นรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ www.เท่อย่างไทย.com เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้รับความรู้ พร้อมโอกาสที่เท่าเทียมกันในการแสดงออกซึ่งความรักและการเผยแพร่วัฒนธรรมประจำชาติ” นางกาญจนากล่าว คุณครูและอาจารย์ สามารถส่งน้อง ๆ เยาวชนเพื่อเป็นตัวแทนโรงเรียน สมัครเข้าร่วมประกวดโครงการ “เท่อย่างไทย…
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ผู้นำด้านประกันชีวิต และสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “Know You Can be Confident” ต่อยอด จากแคมเปญโฆษณา “Know You Can – เมื่อคุณมั่นใจ ก็ไปได้ไกลกว่า” ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นให้พนักงาน ลูกค้า และผู้ติดตามในช่องทางออนไลน์ มาร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ ง่ายๆ เพียง 1. แชร์ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “เมื่อคุณมั่นใจ ก็ไปได้ไกลกว่า” จากแบรนด์แคมเปญ Know You Can ตามลิ้งค์นี้ https://www.facebook.com/watch/?v=199383271997431 ลงบน Facebook ของคุณ (ตั้งค่าเป็น สาธารณะ) 2. บอกเราสั้นๆ ว่า ‘ใครคือ Idol ในชีวิตคุณ?’ 3. ติดแฮชแท็ก #KnowYouCan2021 และแท็กเพื่อนๆ ของคุณเพื่อร่วมกิจกรรมดีๆ ด้วยกัน โดยทุก 1 โพสต์ จะเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคมูลค่า 100 บาท จาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เพื่อนำไปมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ หรือองค์กรต่างๆ ในการช่วยเหลือวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ท่านสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ 16 มิถุนายน 2564 – 16 กรกฎาคม 2564 หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1159 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หมายเหตุ: ยอดบริจาคจะนับจากจำนวนยอดแชร์เฉพาะบน Facebook เท่านั้น โดยจำนวนเงินบริจาครวมสูงสุด 1 ล้านบาท
