ประกาศจ่ายปันผลงวดไตรมาส 1/2564 ในอัตรา 0.396 บาทต่อหน่วย กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี หรือ KBSPIF โชว์ศักยภาพการดำเนินงานของสินทรัพย์ที่มั่นคง ตอกย้ำกระแสเงินสดดีอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนสามารถจ่ายปันผลจากกระแสเงินสดรับสุทธิรอบปีตั้งแต่ 1 เม.ย 63 – 31 มี.ค. 64 (12 เดือนแรก) ได้ 8.95% ซึ่งเป็นไปตามประมาณการที่แจ้งในหนังสือชี้ชวน หลังประกาศเตรียมจ่ายเงินปันผลงวดการดำเนินงานในไตรมาส 1/2564 ในอัตรา 0.396 บาทต่อหน่วย มั่นใจว่าจะสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างต่อเนื่อง นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการกองทุน KBSPIF เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี หรือ KBSPIF (“กองทุน”) มีความสามารถการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมาจากคุณภาพทรัพย์สินโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่กองทุนเข้าไปลงทุน ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้าครบุรี จำกัด หรือ KPP โดยมีคู่สัญญาจำหน่ายไฟฟ้าระยะยาวให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 22 เมกะวัตต์ และ บมจ.น้ำตาลครบุรี อีก 3.5 เมกะวัตต์ รวมการผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งสิ้น เป็นจำนวน 25.5 เมกะวัตต์ ทำให้มีความมั่นคงด้านกระแสเงินสดที่ดี ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการลงทุนของบริษัทจัดการฯ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผล จากผลการดำเนินงานของกองทุนฯไตรมาส 1/2564 (มกราคม-มีนาคม 2564) ให้แก่ผู้ถือหน่วยในอัตรา 0.396 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินประมาณ 110.88 ล้านบาท พร้อมกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยในวันที่ 16 มิถุนายน 2564 ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่กองทุน KBSPIF ได้เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ กองทุนได้มีการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยไปแล้ว 2 ครั้งก่อนหน้านี้ คิดรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 0.499 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราการปันส่วนแบ่งผลตอบแทนตามกระแสเงินสดรับสุทธิในรอบ 12 เดือนแรก (1 เมษายน 2563 – 31 มีนาคม 2564) อยู่ที่ 8.95% ซึ่งเป็นไปตามที่ได้ประมาณการไว้ในหนังสือชี้ชวน “กองทุน KBSPIF มีการดำเนินงานที่มั่นคงของกระแสเงินสดที่เกิดจากสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาว และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามเป้าหมายที่เราได้เคยประมาณการกระแสเงินสดรับสุทธิไว้ภายใน 12 เดือนแรก โดยมีผลตอบแทนรวม อยู่ที่ 8.95% ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานกองทุน KBSPIF ต่อจากนี้ เชื่อมั่นว่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจากการสร้างกระแสเงินสดรับจากการแบ่งรายได้จากสัญญาจำหน่ายไฟฟ้าระยะยาว อีกทั้งกองทุน KBSPIF ไม่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโรงไฟฟ้า รวมถึงการปิดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบผลิตกระแสไฟฟ้า จึงมั่นใจว่าการดำเนินงานจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้” นางชวินดา กล่าว
Author: admin
ผลการดำเนินงานของกรุงเทพประกันภัย ไตรมาส 1 ของปี 2564 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 6,157.2 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 0.3 มีกำไรสุทธิ 816.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.0 ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 6,157.2 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 กำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว 442.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.7 มีรายได้สุทธิจากการลงทุน 486.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษี เงินได้ 929.0 ล้านบาท และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 816.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 22.0 กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 7.67 บาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งได้ประชุมเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 มีมติให้จ่ายเงิน ปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2564 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 3.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563
สมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมกับบริษัทสมาชิก ขานรับนโยบายของนายกรัฐมนตรีและศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ที่ประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ โดยการจัดโครงการ “ฉีดช่วยชาติ หมอพร้อมฉีด ประกันวินาศภัยพร้อมดูแล” โดยการแจกกรมธรรม์ประกันภัยแพ้วัคซีนฟรี จำนวน 11.5 ล้านสิทธิ์ให้กับประชาชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการเข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อช่วยชาติหยุดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศที่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และหนทางหนึ่งที่จะช่วยกันหยุดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือการฉีดวัคซีนในหมู่ประชาชนให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ในกลุ่มประชากร เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยหนักและการเสียชีวิตลง ซึ่งจะเป็นการบริหารและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยั่งยืนในระยะยาว สมาคมประกันวินาศภัยไทย ในฐานะตัวแทนของภาคธุรกิจประกันวินาศภัยไทยที่ส่งเสริมการนำระบบประกันภัยเข้ามาช่วยในการบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชนและประเทศชาติ มีความห่วงใยต่อวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้ประชุมหารือร่วมกับบริษัทสมาชิกจัดโครงการ “ฉีดช่วยชาติ หมอพร้อมฉีด ประกันวินาศภัยพร้อมดูแล” ขึ้น เพื่อมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองการแพ้วัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปฟรี จำนวน 11.5 ล้านสิทธิ์ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและกระตุ้นให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 กันมากขึ้น “สมาคมประกันวินาศภัยไทยมีความเชื่อมั่นว่า วัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยล้วนเป็นวัคซีนที่ได้รับการทดสอบในวงกว้างแล้วว่ามีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย และเพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น จึงได้จัดโครงการมอบกรมธรรม์ประกันภัยแพ้วัคซีนให้กับประชาชนฟรี ซึ่งถือเป็นความร่วมมือของบริษัทประกันวินาศภัยที่มีเจตนารมณ์ในการเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพื่อร่วมกันช่วยชาติให้ฝ่าวิกฤติ COVID-19 ในครั้งนี้ไปด้วยกัน” สำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยการมอบประกันภัยแพ้วัคซีนฟรีให้กับประชาชน รวมทั้งสิ้น 11.5 ล้านสิทธิ์ ได้แก่ 1. บมจ.กรุงเทพประกันภัย จำนวน 2,000,000 สิทธิ์ 2. บมจ.ทิพยประกันภัย จำนวน 2,000,000 สิทธิ์ 3. บมจ.เมืองไทยประกันภัย จำนวน 2,000,000 สิทธิ์ 4. บมจ.วิริยะประกันภัย จำนวน 2,000,000 สิทธิ์ 5. บมจ.สินทรัพย์ประกันภัย จำนวน 1,000,000 สิทธิ์ 6. บมจ.สินมั่นคงประกันภัย จำนวน 1,000,000 สิทธิ์ 7. บมจ.อาคเนย์ประกันภัย จำนวน 1,000,000 สิทธิ์ 8. บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำนวน 500,000 สิทธิ์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเลือกลงทะเบียนรับสิทธิ์ฟรี ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยกำหนดการเริ่มลงทะเบียนรับสิทธิ์ รวมถึงระยะเวลาและเงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่แต่ละบริษัทกำหนด สมาคมประกันวินาศภัยไทย และภาคธุรกิจประกันวินาศภัย มีความเชื่อมั่นว่าการมอบกรมธรรม์ประกันภัยแพ้วัคซีน จำนวน 11.5 ล้านสิทธิ์ในครั้งนี้จะกระจายไปสู่ประชาชนในทุกภาคส่วนของสังคมและสร้างความมั่นใจในการเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด…
บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ หรือ TQMร่วมกับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ยกขบวนโปรดักส์ประกันภัยที่เข้าถึง Insight คนทำงานกับแคมเปญ ‘ประกันมนุษย์เงินเดือนแบบ Now Normal’ เจาะกลุ่มโปรดักส์ จับเทรนด์รักสุขภาพ ด้วยประกันโควิด – แพ้วัคซีน – สุขภาพ – ชดเชยรายได้ หวังเป็นหลักประกันทางเลือกให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนดีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสที่ยังระบาดหนัก ผนึกช่องทางบริการที่เน้นซื้อง่ายด้วยระบบออนไลน์ทั้งงานขายและบริการหลังการขาย สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน พร้อมสนับสนุนให้คนไทยรับวัคซีนโควิดอย่างมั่นใจด้วยการมอบประกันแพ้วัคซีนฟรี 100,000 กรมธรรม์ คาดตั้งเป้ายอดขายแคมเปญมนุษย์เงินเดือนแบบ Now Normal’ ทั้งปี 100 ล้านบาท ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในระลอก 3 นี้นับเป็นการตอกย้ำกระแสการรักสุขภาพของ คนไทยที่มีอยู่เดิมให้เกิดความตระหนักมากยิ่งขึ้น ในทุกสาขาอาชีพมีความกังวลใจ หลายคนเริ่มปรับแนวคิดและไลฟ์ไตล์การใช้ชีวิตในแต่ละวันจากแบบเดิมสู่วิถีใหม่อย่างรวดเร็ว รวมถึงการให้ความสำคัญในการวางแผนทางการเงินเพื่อรับมือกับวิกฤตด้านสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิดหากเกิดเหตุกระทันหัน นำมาสู่การที่ กรุงเทพประกันภัย และ TQM ได้ร่วมกันออกแบบแคมเปญ ‘ประกันมนุษย์เงินเดือนแบบ Now Normal’ โดยมุ่งเน้นไปที่โปรดักส์ประกันภัยในหมวดประกันสุขภาพซึ่งเหมาะกับผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ทั้งมนุษย์เงินเดือน และมนุษย์ฟรีแลนซ์ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับแคมเปญนี้เป็นการคัดสรรความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ครบและครอบคลุมด้านสุขภาพของคนทำงานที่อาจมีความเสี่ยงที่จะเผชิญและได้รับผลกระทบในยุคโควิด ซึ่งประกอบด้วย ประกันโควิดมนุษย์เงินเดือน โปรดักส์ประกันภัยที่เป็นกระแสของคนไทยตั้งแต่เริ่มวิกฤตโควิดจนถึงปัจจุบัน สำหรับในแคมเปญนี้ได้พัฒนาโปรดักส์ประกันภัยโควิดที่ให้ความคุ้มครองครบทุกความต้องการ กรณีตรวจเจอเชื้อโควิดรับเงินก้อน และมีค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองอาการโคม่า ค่าตรวจหาเชื้อโควิดสำหรับคนในครอบครัว ค่าทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในที่พัก นอกจากนั้น ยังเพิ่มความคุ้มครองกรณีแพ้วัคซีนโควิด ทั้งในส่วนของค่ารักษาพยาบาล และเงินปลอบขวัญ เบี้ยประกันภัย 1,250 บาท คุ้มครองสูงสุด 1,796,000 บาท ประกันแพ้วัคซีน…
บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนการฉีดวัคซีนเพื่อชาติ แจกฟรี “ประกันแพ้วัคซีนโควิด” จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ วงเงินคุ้มครองท่านละ 100,000 บาท เพื่อเป็นการคลายความกังวลเสริมความมั่นใจให้กับประชาชนในการฉีดวัคซีน สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ 1 ท่านต่อ 1 สิทธิ์ ผ่านช่องทาง www.smk.co.th ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 มิ.ย. 64 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การที่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมากแล้ว จะช่วยลดการแพร่ระบาด ลดความรุนแรงหากติดเชื้อ ลดจำนวนผู้ป่วย ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แล้วเราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน
“คุณพร้อมที่จะเป็นผู้โชคดี ได้รับทั้งความคุ้มครองแบบเต็มที่ และลุ้นสร้อยคอทองคำและรถยนต์ แล้วหรือยัง?” TIC ไทยประกันภัย ผู้นำด้านนวัตกรรมประกันภัยกลุ่มบริษัท Thai Group Holdings เข้าใจและอยากสนับสนุนให้คนไทยทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ คลายความกังวลจากความเสี่ยงในเรื่องต่าง ๆ รอบตัว วันนี้จึงขอเสนอสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าแบบ “เต็มที่ 2 เด้ง” ที่ทำให้ประกันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สิทธิประโยชน์มีอะไรกันบ้าง ไปดูกัน เต็มที่เด้งที่ 1 – คุ้มครอง ครอบคลุม ตลอด 24ชั่วโมง ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในสายธุรกิจด้านประกันของ Thai Group กล่าวว่า ผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563ยาวมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยเกิดความวิตกและกังวล โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงความคุ้มครองต่าง ๆ TIC ไทยประกันภัย ยังเดินหน้าเน้นย้ำถึงนโยบาย “ประกันที่ทุกคนเข้าถึงได้” ทั้งเรื่องของความคุ้มครองที่ครอบคลุมเต็มที่และเบี้ยประกันที่เหมาะสม โดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความหลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคแบบตรงใจ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเพื่อเอาใจลูกค้าทุกคน เริ่มจาก ประกันภัยรถยนต์ 2+ 3+ ขับดีมีคืน ที่เสนอเงินคืนทุกปีสูงสุด 20%* ให้กับผู้ขับขี่ที่ไม่มีเคลมในแต่ละปี ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล PA365 และ TIC Happy Now Normal ความคุ้มครองสบาย ๆ ที่ลูกค้าเลือกได้ รวมไปถึงประกันภัยตามฤดูกาลอย่างประกันภัยสู้ยุง Happy Fighter ที่ช่วยลดความกังวลจากโรคไข้เลือดออกในช่วงฤดูฝน “ไม่เพียงเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของ TICไทยประกันภัย ในตอนนี้ก็คือ แบบประกันภัย Covid-19 TIC Freedom และ แบบประกัน TIC Covid-19 Plus ที่คุ้มครองการติดโควิด-19 และยังขยายความคุ้มครองครอบคลุมถึงกรณีที่มีอาการแทรกซ้อนจากการแพ้วัคซีนอีกด้วย ให้ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการครับ เบี้ยเริ่มต้นแค่ 231 บาท* เท่านั้น รับความคุ้มครองได้แล้ววันนี้เพียงปลายนิ้วคลิกที่ https://pchangonline.thaiins.com/” ดร.มหัทธนะ กล่าวเพิ่มเติม เต็มที่เด้งที่ 2 – แจกจริงแบบเต็มที่ ลุ้นสร้อยคอทองคำและรถยนต์ป้ายแดง ใกล้เข้ามาแล้วกับการจับรางวัลครั้งแรกของแคมเปญ “TIC ไทยประกันภัย ซื้อปุ๊บ คุ้มครองปั๊บ ลุ้นรับโชค 2 ชั้น” สำหรับผู้ที่ซื้อประกัน และ/หรือ ชำระเบี้ยประกันภัย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 – วันที่ 30มิถุนายน 2564 ลุ้นรับรางวัลสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 20 กรกฎาคม2564 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล ในวันที่2 สิงหาคม 2564 ผ่านทาง Line @pchang ซึ่งตลอดทั้งแคมเปญ ยาวไปจนถึงสิ้นปีนั้น TIC ไทยประกันภัย จะแจกสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 21 บาท พร้อมรางวัลใหญ่ รถยนต์ Toyota Corolla Cross Hybrid Premium Safety 1 คัน รวมเงินรางวัลทั้งหมดกว่า 1.7ล้านบาท* รอช้าไมได้แล้ว ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการเข้าร่วมแคมเปญอย่างละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.thaiins.com
นางสุดปรารถนา ดำรงชัยธรรม ผู้อำนวยการ – ทรัพยากรบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซีเล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตลดน้อยลงมากจนเกิดภาวะขาดแคลน และไม่สามารถจ่ายโลหิตให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ได้อย่างเพียงพอ ส่งผลต่อผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตในการรักษาอย่างเร่งด่วน เคทีซีจึงได้จัดกิจกรรม “บริจาคโลหิตช่วงวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่” เพื่อให้พนักงานที่มีจิตอาสาได้เข้าบริจาคโลหิต ร่วมบรรเทาวิกฤติขาดแคลนโลหิตสำรองในครั้งนี้ โดยมีผู้บริหารและพนักงานพร้อมใจกันบริจาคโลหิต ภายใต้มาตรการป้องกันโรค COVID-19 จำนวน 36,000 ซีซี เพื่อส่งมอบให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น B1 อาคารสมัชชาวาณิช 2 สุขุมวิท 33 เมื่อเร็วๆ นี้
บัตรเครดิต กรุงศรี ร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ ส่งมอบความห่วงใยเพื่อสุขภาพที่ดี มอบความคุ้มค่าด้วยสิทธิพิเศษแลกพอยต์รับเครดิตเงินคืน 13% สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี ทุกประเภทที่ร่วมรายการ สำหรับทุกยอดใช้จ่าย ทุกแผนก ที่โรงพยาบาลที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึง 31 กรกฎาคม 2564 เพียงใช้พอยต์สะสมแลกรับเครดิตเงินคืน ไม่เกินยอดใช้จ่ายต่อเซลล์สลิป (จำกัดแลกพอยต์สูงสุด 30,000 พอยต์ ต่อบัญชีบัตรหลักตลอดรายการ) โดยลงทะเบียนแลกพอยต์ผ่านมือถือหลังใช้จ่ายผ่านบัตรภายในวันที่ทำรายการ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่ร่วมรายการและเงื่อนไข www.krungsricard.com/th/Promotion/medical/Hospital-Q2
พันเอกเชฏฐ กิจวัฒนา ผู้อำนวยการกองการฌาปนกิจ กรมสวัสดิการทหารบก รับมอบชุดป้องกันสารเคมีแบบเต็มตัวพร้อมฮูดคลุมศีรษะ หรือ ชุด PPE จำนวน 200 ชุด จากนางสาววราภรณ์ ลีกุลนิมิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงาน สายงานส่งเสริมกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานด้านฌาปนกิจผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ณ กองการฌาปนกิจ กรมสวัสดิการทหารบก
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเดินหน้าเปิดเสนอขายกองทุนตราสารหนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตไปยังต่างประเทศให้แก่นักลงทุนตราสารหนี้ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยต่ำในปัจจุบัน โดยกองทุนที่กำลังเปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 19-25 พฤษภาคม 2564 นี้ คือ กองทุนเปิดกรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y22 (KTGF1Y22) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก อายุโครงการประมาณ 1 ปี เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท กองทุน KTGF1Y22 นโยบายเน้นลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้ รวมกันทุกขณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมี นโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก และ/หรือตราสารการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับ ที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) และ/หรือลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินประเภท ตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่า ที่ สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มีกลยุทธ์การลงทุนแบบครั้งเดียว (buy-and-hold) เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการแสวงหาโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี โดยหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ที่คาดว่าจะมีการลงทุนเกินกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนของกองทุน KTGF1Y22 คือ กองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022 VIII ที่บริหารโดย Invesco บลจ.ระดับโลก โดยเน้นลงทุน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในตราสารหนี้ ในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในสกุลเงิน USD ที่ออกโดยผู้ออกตราสารที่ถูกพิจารณาคัดเลือกโดยดุลยพินิจของผู้จัดการ (เช่น รัฐบาล หน่วยงานรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศที่มีลักษณะเหนือรัฐ (Supranational Entities) กลุ่มบริษัท สถาบันการเงิน และกลุ่มธนาคาร) ซึ่งอาจรวมถึงผู้ออกตราสารที่อยู่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ในกองทุนนี้ หมายถึง ประเทศทุกประเทศในทวีปเอเชีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึง ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ktam.co.th หรือขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 ในเวลาทำการ และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) คำเตือน ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน / มีปัจจัยความเสี่ยงของกองทุน อาทิ ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกองทุนนี้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
