นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มองเศรษฐกิจโลกยังแสดงความแข็งแกร่งท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมชี้ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการลงทุนและผลิตภาพในระยะยาว แต่การเปลี่ยนผ่านอาจเผชิญความผันผวน ย้ำการดำเนินนโยบายการเงินต้องให้ความสำคัญกับสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง และเปิดรับแนวคิดใหม่เพื่อรับมือโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นายวอร์ชกล่าวในการสนทนากับนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระหว่างการประชุมประจำปี IMF และธนาคารโลก ปี 2569 ที่กรุงเทพฯ ว่า เศรษฐกิจหลายประเทศมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่ประเมินไว้เมื่อ 5–6 เดือนก่อน แม้ต้องเผชิญความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่สหรัฐฯ มีแรงสนับสนุนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนทั้งนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและรากฐานระดับธุรกิจ
ประธานเฟดเสนอแนวทางดำเนินนโยบายด้วยการ “มองออกไปนอกหน้าต่าง” หรือพิจารณาสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน โดยไม่พึ่งพาเพียงข้อมูลย้อนหลังซึ่งอาจสะท้อนสถานการณ์ล่าช้า หรือให้น้ำหนักมากเกินไปกับการคาดการณ์อนาคตระยะไกลที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมระบุว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังสอดคล้องกับการประเมินของเฟดในการประชุมเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ด้านเงินเฟ้อ นายวอร์ชย้ำว่า เฟดมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพราคา และได้ลดระดับความผ่อนคลายของนโยบายการเงินลงในการประชุมเดือนก่อน ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างเผชิญภารกิจควบคุมเงินเฟ้อร่วมกัน และดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นเพื่อรับมือแรงกดดันดังกล่าว
AI กระตุ้นอุปสงค์ระยะสั้น ก่อนเพิ่มศักยภาพการผลิตระยะยาว
นายวอร์ชมองว่า AI เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกมากที่สุดในช่วงชีวิตของเขา โดยผลกระทบในระยะแรกจะปรากฏผ่านการขยายตัวของอุปสงค์และการลงทุน ก่อนพัฒนาไปสู่แรงหนุนด้านอุปทานในระยะปานกลาง ช่วยเพิ่มผลิตภาพและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเปลี่ยนผ่านอาจไม่ได้ราบรื่นตลอดเวลา
เทคโนโลยีดังกล่าวยังมีโอกาสยกระดับการทำงานของธนาคารกลาง ผ่านการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ช่วยให้การประเมินภาวะเศรษฐกิจและทิศทางเงินเฟ้อมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฟดได้จัดตั้งคณะทำงานด้านผลิตภาพและการจ้างงาน เพื่อศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ และเปิดรับมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกประกอบการพิจารณานโยบาย
ในด้านเสถียรภาพการเงิน นายวอร์ชระบุว่า บทบาทของธนาคารกลางคือการติดตามและเตรียมรับมือความเสี่ยงที่อาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่อระบบ โดยไม่ใช่การตัดสินว่าธุรกิจหรือเทคโนโลยีใดควรเป็นผู้ชนะในตลาด
ย้ำความน่าเชื่อถือเฟด ต้องเข้มแข็งทุกภารกิจ
เมื่อกล่าวถึงบทเรียนจากการทำงาน 148 วันแรกในตำแหน่งประธานเฟด นายวอร์ชระบุว่า ประสบการณ์เดิมในฐานะกรรมการเฟดช่วยให้เข้าใจองค์กร พร้อมแสดงความประทับใจต่อความสามารถและความมุ่งมั่นของบุคลากรราว 23,000 คน
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า ช่วงแรกให้น้ำหนักกับนโยบายการเงินเป็นหลัก ทั้งที่บุคลากรมากกว่า 75% ทำงานในภารกิจอื่น อาทิ การกำกับดูแลสถาบันการเงิน ระบบการชำระเงิน และการคุ้มครองผู้บริโภค จึงตั้งใจให้ความสำคัญกับภารกิจเหล่านี้มากขึ้นในช่วง 100 วันข้างหน้า เพราะความผิดพลาดในส่วนใดส่วนหนึ่งอาจกระทบความน่าเชื่อถือของทั้งสถาบัน
นายวอร์ชกล่าวด้วยว่า ยังไม่ได้มุ่งคิดถึงมรดกทางนโยบายที่ต้องการฝากไว้ แต่ให้ความสำคัญกับการตัดสินใจอย่างถูกต้องตามบริบทปัจจุบัน แม้จะได้เรียนรู้จากอดีตประธานเฟดหลายคน ทั้งพอล โวลเกอร์ อลัน กรีนสแปน และเบน เบอร์นันคี แต่โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ผู้ดำเนินนโยบายต้องพร้อมปรับวิธีคิดและเครื่องมือให้เหมาะสม
พร้อมย้ำว่า เฟดจะเปิดรับแนวคิดใหม่และไม่ยึดติดกับแบบจำลองเดิม โดยเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกสามารถผ่านพ้นความท้าทายในปัจจุบัน และสร้างรากฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นได้

