Close Menu
  • Home
  • Banking
  • Insurance
  • Wealth
  • SustainAble
  • Next Gen
  • Stock Focus
  • insight
  • Global Move
  • Bookmark
  • Admin Log-In
YouTube
ข่าวการเงิน ธนาคาร และ ประกันภัย
  • Home
  • Banking
  • Insurance
  • Finance
  • Wealth
  • SustainAble
  • Next Gen
  • Stock Focus
  • Insight
  • Global Move
  • Bookmark
Login
YouTube Facebook
ข่าวการเงิน ธนาคาร และ ประกันภัย
Facebook YouTube

“จิตวุฒิ ศศิบุตร” กับเป้าหมายที่ท้าทาย โบรกเกอร์หมื่นล้านภายใน 5 ปี

staffBy staffSeptember 20, 2026

 

ภาพรวมธุรกิจนายหน้าประกันภัยในปี 2569 ยังคงมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของสถานการณ์โลก ทั้งสงคราม ต้นทุนพลังงาน ปัญหา Supply Chain และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงรูปแบบใหม่กลับกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจประกันภัย
คนที่จะเล่าเรื่องนี้ได้ดีคงไม่มีใครเหมาะไปกว่า “จิตวุฒิ ศศิบุตร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงหน้านายประกันภัยมายาวนาน ทั้งในส่วนผลประกอบการของ ฮาวเด้น แมกซี่ และภาพรวมของธุรกิจนายหน้าประกันภัย

 

โตทั้ง EV งาน Corporate และ Cyber

จิตวุฒิ เล่าว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี ฮาวเด้น แมกซี่ มีอัตราการเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตหลักมาจากหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า งาน Corporate Risk ขนาดใหญ่ และกลุ่ม Financial Line โดยเฉพาะ Cyber Insurance

“ปีนี้ภาพรวมเรายังมาดี โดยตัวเลข 5 เดือนแรกของปี 2569 เราโตจากปีที่แล้วประมาณ 10% ถ้าดูว่ากลุ่มไหนโตบ้าง กลุ่มแรกคือรถไฟฟ้า อีกกลุ่มคืองานไซซ์ใหญ่ โดยเฉพาะ Corporate Risk อย่างประกันทรัพย์สิน โรงงานอุตสาหกรรม เคมีปิโตรเลียม รวมถึงโรงเหล็ก ซึ่งกลุ่มนี้ยังมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ บริษัทยังเห็นการเติบโตที่ชัดเจนในธุรกิจ Cyber Insurance เป็นตลาดที่มีศักยภาพ เนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้น แต่ผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางยังมีจำนวนไม่มาก

“Cyber โตสูงมาก ที่เราเคยคุยกันก่อนหน้านี้ว่าประกันไซเบอร์จะมา เราทำตลาดนี้มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แม้เบี้ยในตลาดจะยังไม่ได้ใหญ่มาก เพราะอยู่ภายใต้ Financial Line แต่คนที่มีความเป็นมืออาชีพ มี Knowledge หรือความรู้เฉพาะทางด้านนี้ยังมีไม่เยอะ ตรงนี้จึงเป็นจุดเด่นของเรา และทำให้เราโตใน Financial Line กับ Cyber ได้ดี”

 

ตั้งเป้าโต 16% แม้เศรษฐกิจยังเหนื่อย

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 ฮาวเด้น แมกซี่ ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ประมาณ 16% โดยจิตวุฒิระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการปรับลดเป้าหมาย แม้สถานการณ์เศรษฐกิจและความเสี่ยงจากสงครามจะส่งผลต่อธุรกิจบางประเภท โดยเฉพาะ Marine Insurance

“ปีนี้ทั้งปีเราตั้งเป้าไว้โตประมาณ 16% และตอนนี้ก็ยังตามเป้าอยู่ เพียงแต่ต้องยอมรับว่าสงครามมีผลกับประกัน Marine โดยตรง เพราะเกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออก รวมถึงลูกค้าเดิมที่วางแผนเรื่องการขยายธุรกิจ ตอนนี้อาจชะลอลงนิดหนึ่ง ขณะที่ลูกค้าที่จะเข้ามาลงทุนเพิ่มก็มีน้อยลง เพราะทุกคนระวังตัวมากขึ้น”

เมื่อถามถึงโอกาสที่จะมีการปรับเป้าหมาย จิตวุฒิกล่าวว่า บริษัทจะประเมินอีกครั้งในช่วงกลางปี แต่หากยึดจากฐานเบี้ยเดิมประมาณ 5,000 ล้านบาท การเติบโตอีก 16% ถือเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างหนัก

“ตอนนี้เรายังไม่ปรับเป้า ถ้าจะปรับก็คงต้องเป็นช่วงครึ่งปีหลัง แต่ถ้าเอาฐานเดิมประมาณ 5,000 ล้านบาท แล้วต้องโตอีก 16% ก็ต้องบอกว่าหืดขึ้นคอเหมือนกัน เพราะฐานเราก็ไม่ได้เล็กแล้ว ดังนั้นทุกธุรกิจต้องช่วยกันโต ไม่ใช่พึ่งอยู่แค่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง”

 

Marine เจอแรงกดดันจาก Supply Chain

หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลกคือ Marine Insurance ซึ่งปัจจุบันมีเบี้ยอยู่ในพอร์ตของบริษัทประมาณ 300 ล้านบาท โดยลูกค้าหลักเป็นกลุ่มตัวแทนหรือผู้ประสานงานด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) และผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก

จิตวุฒิอธิบายว่า เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับการซื้อขายสินค้า แต่ยังลามไปถึงต้นทุนการขนส่งและ Supply Chain ทั้งระบบ

“Marine ของเราถ้าประเมินเป็นเบี้ยประกันภัยก็มีอยู่ประมาณ 300 กว่าล้านบาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพวกขนส่ง Freight Forwarder และผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก พอเศรษฐกิจไม่ดี การนำเข้าสินค้ามาขายก็ลำบากหรือช้าลง ส่วนต่างประเทศเองก็ Import น้อยลง เพราะเศรษฐกิจเขาก็ไม่ดี สุดท้ายมันกระทบกันเป็นลูกโซ่ทั้ง Supply Chain”

จิตวุฒิ ยกตัวอย่างการส่งออกผลไม้ของไทยไปยังจีนว่า ปัจจุบันการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากประเทศอื่น โดยเฉพาะเวียดนาม ขณะที่รูปแบบการขนส่งก็เปลี่ยนจากเรือมาเป็นรถยนต์และรถไฟมากขึ้น เพราะความเร็วในการขนส่งมีความสำคัญกับสินค้าที่เน่าเสียง่าย

“อย่างผลไม้ เมื่อก่อนเราส่งออกไปจีนเยอะมาก แต่ปีนี้ก็ส่งน้อยลง จีนเองก็อาจจำกัดการนำเข้ามากขึ้น เพราะเขาปลูกเองได้ อย่างทุเรียนก็เอามาจากเวียดนามมากขึ้นเพราะใกล้กว่าเรา เมื่อก่อนเราใช้เรือขนส่ง แต่ตอนนี้บางส่วนต้องใช้รถยนต์หรือรถไฟ เพราะถึงแม้เรือจะถูกกว่า แต่รถยนต์กับรถไฟมันเร็วกว่า ผลไม้บางอย่างถ้ารอเรือไม่ทันก็เสียก่อน”

 

ตลาดประกันภัยต่อยัง Soft แม้ความเสี่ยงเพิ่ม

จิตวุฒิ เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ในตลาดประกันภัยต่อ (Reinsurance) ว่าแม้สถานการณ์โลกจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ตลาดกลับยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ปัจจัยสำคัญมาจาก Capacity ในตลาดโลกที่ยังมีอยู่มาก และมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“จริง ๆ ถ้ามองจากสถานการณ์โลกเบี้ยประกันภัยต่อน่าจะแพงขึ้น เพราะมีทั้งสงครามและความเสี่ยงใหม่ ๆ แต่ความเป็นจริงตลาดโลกยัง Soft อยู่ เพราะ Capacity ในตลาดยังมี พอเศรษฐกิจไม่ดี คนก็อยากเข้ามาลงทุนในธุรกิจประกันมากขึ้น Capacity ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”

นอกจาก Capacity ที่เพิ่มขึ้นแล้ว การเข้ามาของ MGA หรือ Managing General Agent รายใหม่จำนวนมากยังทำให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน ลูกค้าก็ให้ความสำคัญกับราคาเป็นพิเศษในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี

“พอ Capacity มันล้น การแข่งขันก็สูงขึ้น เบี้ยก็ถูกลงไปอีก ประกอบกับเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าก็กลัวว่าเบี้ยจะสูง เขาก็ต้องการหาเบี้ยที่ถูกที่สุดเพื่อเซฟตัวเอง ก็เกิดการชอปปิ้งหาของราคาถูก เปรียบเทียบหลายเจ้า สุดท้ายก็ยิ่งกดเบี้ยลงไปอีก”

 

EV โอกาสสำคัญจากต้นทุนน้ำมัน

สำหรับธุรกิจประกันรถยนต์ จิตวุฒิ มองว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญ เนื่องจากบริษัทมีผู้ถือหุ้นที่อยู่ในธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้สามารถสร้างฐานลูกค้าและต่อยอดมาสู่ธุรกิจประกันภัยได้

“รถยนต์ถือว่าเราโชคดีที่มีผู้ถือหุ้นเป็น MGC-ASIA และเขาขายรถไฟฟ้าอยู่ด้วย พอเกิด Middle East Crisis สิ่งหนึ่งที่คนกังวลคือค่าน้ำมัน เราเห็นจาก Motor Show ที่ผ่านมาว่าคนไปออกรถไฟฟ้ามากกว่ารถน้ำมันเยอะมาก เพราะเขากลัวว่าน้ำมันจะแพง ตอนนี้ดีเซลพรีเมียมก็ขึ้นไปถึงประมาณ 60 บาทแล้ว คนก็เลยหันมาซื้อรถไฟฟ้ากันมากขึ้น”

ปัจจุบันประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนประมาณ 30% ของพอร์ตรถยนต์บริษัท และเติบโตค่อนข้างเร็ว โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการต่ออายุกรมธรรม์ในปีที่สองและการสร้าง Loyalty ของลูกค้า

“EV ของเราเพิ่งทำมาประมาณ 2 ปี ตอนนี้อยู่ประมาณ 30% ของพอร์ตรถยนต์ และโตค่อนข้างเร็ว เพราะเราได้ฐานจากบริษัทแม่และดีลเลอร์มา แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือปีที่สอง เราต้องทำให้ลูกค้าต่อกับเราให้มากที่สุด ดังนั้นเราต้องพยายามทำให้ราคาและเงื่อนไขประกันของลูกค้าดีที่สุด เพื่อให้เขารู้สึกว่าอยู่กับเราแล้วคุ้มค่า”

 

Cyber–Renewable Energy–Trade Credit ดาวรุ่ง

นอกจาก EV แล้ว จิตวุฒิ มองเห็นโอกาสในธุรกิจใหม่อีกหลายประเภท โดยเฉพาะ Cyber Insurance, Renewable Energy และ Trade Credit ซึ่งเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ของโลก โดยมองว่า Trade Credit มีโอกาสเติบโตตามความกังวลของผู้ส่งออกเกี่ยวกับความสามารถในการชำระเงินของคู่ค้า โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดสงครามและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

“ตอนนี้ลูกค้าส่งออกเขากังวลว่า ถ้าเกิดสงครามขึ้นมาแล้วคู่ค้าจะจ่ายเงินตามตกลงหรือไม่ เขาจะได้เงินหรือเปล่า หรือแม้แต่การเปิดแอลซีจะยากขึ้นหรือไม่ เขาก็ต้องไปหาตลาดใหม่ ๆ เพิ่ม เพราะฉะนั้นเขาก็อยากซื้อ Trade Credit Insurance มากขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงว่าถ้าขายของไป แล้วลูกค้าไม่สามารถจ่ายเงินตาม Credit Term ได้ เขายังมีประกันมาช่วยรองรับ”

ด้าน Renewable Energy บริษัทเริ่มทำธุรกิจมาแล้วประมาณ 3 ปี และเติบโตอย่างรวดเร็วจากฐานที่ยังมีขนาดเล็ก ขณะที่บริษัทได้พัฒนาทีม Risk Engineer เพื่อให้คำแนะนำด้านความเสี่ยงแก่ผู้ประกอบการและบริษัทประกันภัย

“Renewable Energy เราทำมาประมาณ 3 ปีแล้ว จากที่ตอนแรกแทบไม่มีอะไร ตอนนี้โตขึ้นมาเป็นหลักร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วปัจจุบันบางส่วนโต 300-400% เรามีทีม Expert ด้านนี้ และมี Risk Engineer ของเราเอง เข้าไปช่วยลูกค้าให้คำแนะนำและทำ Report เพื่อเอาไปพรีเซนต์กับบริษัทประกัน ทำให้บริษัทประกันมั่นใจมากขึ้นว่าเทคโนโลยีเป็นอย่างไร และความเสี่ยงอยู่ตรงไหน”

 

Data Center รับกระแส AI

อีกหนึ่งธุรกิจที่บริษัทมองว่าเป็นโอกาสในอนาคตคือ Data Center ซึ่งเติบโตตามการใช้งาน AI และ Cloud Storage โดยเฉพาะการลงทุนจากผู้ประกอบการต่างประเทศ

จิตวุฒิระบุว่า แม้ Data Center จะมีความเสี่ยงจากระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่สำรอง และความร้อน แต่เทคโนโลยีการป้องกันความเสี่ยงก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“Data Center เป็นอีกตัวที่ผมมองว่าอนาคตจะมา เพราะคนใช้ AI เยอะขึ้น ใช้ Cloud Storage มากขึ้น คนก็ต้องลงทุน Data Center มากขึ้น แน่นอนว่ามันมีความเสี่ยง เพราะต้องมีแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่และต้องควบคุมอุณหภูมิ แต่เทคโนโลยีมันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าลงทุนด้วยวัสดุที่ดี ระบบป้องกันไฟที่ดี ความเสี่ยงมันก็ลดลง”

M&A โตตามดีลซื้อกิจการ

สำหรับ M&A จิตวุฒิมองว่าเป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพ โดยปัจจุบันบริษัทมีการพูดคุยกับ Law Firm, Financial Advisor และ Private Equity อย่างต่อเนื่อง และเริ่มเห็นดีลที่มีขนาดประมาณ 1,000 ล้านบาท

“ตอนนี้เราเห็น Transaction กับลูกค้าเยอะขึ้น มีทั้งดีลกับ Law Firm, FA หรือ Financial Advisor และ Private Equity ที่เขาช่วยลูกค้าทำ ถ้าคนซื้อคนขายเข้าใจ M&A และ Law Firm แนะนำเรื่อง W&I ได้ดี ผมว่าดีลมันเกิดเร็วขึ้น เพราะผู้ซื้อจะรู้สึกสบายใจว่า ถ้าสิ่งที่ผู้ขายรับรองไว้ไม่เป็นไปตามนั้น ยังมีประกันมารองรับ”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ W&I จะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ตลาดไทยยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ไม่มาก จึงเป็นช่องว่างที่บริษัทสามารถเข้าไปสร้างความเชี่ยวชาญและขยายตลาดได้

 

AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่คนยังเป็นหัวใจ

เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในหลายธุรกิจ ฮาวเด้น แมกซี่ ก็มีแผนเพิ่มผู้เชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ควบคู่กับการนำ AI และเทคโนโลยีมาใช้ในงานหลังบ้านและการบริการลูกค้า

“เราต้องเพิ่ม Expert ให้ครบทุกฟังก์ชัน และสร้างองค์ความรู้ของคนให้แข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกัน Operation ก็ต้อง Lean มากขึ้น ไม่ใช่ลดคน แต่ต้องใช้เทคโนโลยีช่วย เช่น ต่อ API กับบริษัทประกันภัย ลดงานซ้ำซ้อน และทำให้บริการลูกค้าได้เร็วขึ้น รวมถึงใช้ AI ช่วยค้นข้อมูลและเตรียมข้อมูลก่อนเข้าพบลูกค้า”

เขายกตัวอย่างว่า ในอนาคตพนักงานอาจไม่จำเป็นต้องเสียเวลาค้นข้อมูลจากหลายระบบ เพียงถาม AI ขององค์กรก็สามารถดึงข้อมูลกรมธรรม์ ประวัติลูกค้า และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องออกมาได้ทันที ทำให้พนักงานมีเวลามากขึ้นในการดูแลและให้คำปรึกษาลูกค้า

 

เป้าหมาย 10,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี

สำหรับเป้าหมายระยะ 5 ปี ฮาวเด้น แมกซี่ ต้องการให้ธุรกิจเติบโตขึ้นประมาณเท่าตัวจากปัจจุบัน หรือมีเบี้ยประกันภัยประมาณ 10,000 ล้านบาท จิตวุฒิ ยอมรับว่า การเติบโตดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยทั้ง Organic Growth และการทำ M&A

“เป้าหมาย 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี มันเป็นเป้าที่ท้าทายครับ ถ้าเราจะโต Organic อย่างเดียวคงยาก เพราะฉะนั้น M&A เป็นส่วนสำคัญมาก ตอนนี้เรามีที่คุยอยู่ 2 ราย แต่สุดท้ายก็ต้องดูเรื่องราคาและเงื่อนไขกันอีกที ถ้าทุกอย่างลงตัว การควบรวมก็จะช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าหมายได้เร็วขึ้น”

เขากล่าวว่า การเติบโตในอนาคตจะเน้นการซื้อกิจการที่มี Expertise เฉพาะทาง มากกว่าการเพิ่มขนาดธุรกิจประกันภัยรถยนต์เพียงอย่างเดียว เพราะต้องการสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถในการให้บริการลูกค้า

“เราไม่ได้อยากโตด้วยการเบี้ยรถยนต์เพียงอย่างเดียว เพราะตลาดนั้นการแข่งขันสูงและมีคนทำเยอะ เราอยากได้ธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น Cyber, Marine, EV หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เราสามารถเอา Know-how ของเขามาต่อยอดกับเครือข่ายของเราได้ แบบนี้จะสร้างความยั่งยืนมากกว่า”

จากนายหน้าประกันภัย จิตวุฒิ บอกว่าอยากเห็น ฮาวเด้น แมกซี่ เติบโตไปเป็น Trusted Risk Advisory ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้เฉพาะทาง เทคโนโลยี และความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า อาจจะยากแต่คงไม่ไกลเกินความพยายาม

 

Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email WhatsApp Copy Link
Previous Articleออมสิน รับรางวัล DAILYNEWS TOP CEO 2026 สาขาองค์กรต้นแบบนวัตกรรมทางการเงินเพื่อสังคม
Next Article Orbix Tech ชี้ Blockchain ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น หนุนภาครัฐ สาธารณสุข และ ESG สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

Related Posts

FWD ประกันชีวิต จับมือ JA Thailand สานต่อ “ครูไทยเก่งการเงิน” ปีที่ 2 พัฒนาทักษะการเงินครู เตรียมพร้อมถ่ายทอดสู่เยาวชน

October 29, 2026

คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “ส่งเสริมการลดฝุ่น PM2.5 ณ จังหวัดสระบุรี” ร่วมแก้ปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน

October 27, 2026

เมืองไทยประกันชีวิต คว้าอันดับ 1 “2026 Thailand’s Social Power Brand” กลุ่มประกันชีวิต ต่อเนื่องปีที่ 3 จาก BrandAge

October 26, 2026
Contact Us

โทร : 0816229144
อีเมล์ : mooprawit@hotmail.com

Social online
Facebook YouTube

Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

Sign In or Register

Welcome Back!

Login to your account below.

Lost password?