Close Menu
  • Home
  • Banking
  • Insurance
  • Wealth
  • SustainAble
  • Next Gen
  • Stock Focus
  • insight
  • Global Move
  • Bookmark
  • Admin Log-In
YouTube
ข่าวการเงิน ธนาคาร และ ประกันภัย
  • Home
  • Banking
  • Insurance
  • Finance
  • Wealth
  • SustainAble
  • Next Gen
  • Stock Focus
  • Insight
  • Global Move
  • Bookmark
Login
YouTube Facebook
ข่าวการเงิน ธนาคาร และ ประกันภัย
Facebook YouTube

ยูโอบี เผย แนวโน้มปี 2568 โอกาสและความเสี่ยงการลงทุน ในยุคทรัมป์ 2.0

staffBy staffJanuary 28, 2025

ปี 2567 พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นปีที่โดดเด่นสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง แม้จะเผชิญกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการเลือกตั้งในหลายประเทศทั่วโลก ดัชนี MSCI World ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24 แม้แต่จีนที่ยังคงเผชิญกับความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา หุ้นจีนก็สามารถพลิกฟื้นจากการขาดทุนในปีก่อนหน้า โดยปิดการซื้อขายด้วยผลตอบแทนร้อยละ 20

ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

แม้ว่าดัชนี S&P 500 จะปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 62 นับตั้งแต่ต้นปี 2566 แต่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในปี 2568 สำหรับภาวะเศรษฐกิจ ยังคงแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ แม้ในช่วงเวลาของนโยบายการเงินที่เข้มงวด ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ได้ส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และจะคงอัตราดอกเบี้ยไปตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นการปรับนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ทรัมป์ 2.0: โอกาสและความเสี่ยง

การได้รับเลือกตั้งอีกครั้งของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา คาดว่าจะสร้างแรงหนุนเพิ่มเติมให้กับเศรษฐกิจ โดยมีนโยบายสำคัญๆ ได้แก่ มาตรการลดภาษี การผ่อนคลายกฎระเบียบ การกำหนดภาษีศุลกากร และการปฏิรูปการเข้าเมือง พระราชบัญญัติการลดภาษีและการจ้างงาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “การลดภาษีของทรัมป์” มีแนวโน้มว่าอาจจะได้นำกลับมาใช้ใหม่ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของผล

ประกอบการบริษัทและการลงทุนในสหรัฐฯ นอกจากนี้การผ่อนคลายกฎระเบียบจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมในภาคพลังงานและการเงิน อย่างไรก็ตาม บางส่วนของพระราชบัญญัติการลดเงินเฟ้อที่ให้เงินอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนอาจถูกยกเลิก

การใช้มาตรการกำแพงภาษีศุลกากรซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรัฐบาลทรัมป์สมัยแรกจะขยายวงกว้างขึ้น ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณจัดเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 25 สำหรับเม็กซิโกและแคนาดา และเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนอีกร้อยละ 10 ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี ทรัมป์ได้เสนอให้เก็บภาษีนำเข้าจากจีนในอัตราร้อยละ 60 และร้อยละ 10 สำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นๆ การบังคับใช้กำแพงภาษีแบบครอบคลุมนี้จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เนื่องจากไม่สามารถทดแทนการนำเข้าทั้งหมดได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค อันเป็นต้นทุนทางการเมือง ดังนั้น การบังคับใช้ขั้นสุดท้ายน่าจะมีความละเอียดอ่อนและทยอยดำเนินการมากกว่า

มาตรการภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากจีนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากสหรัฐฯ มองว่าจีนเป็นภัยคุกคามสำคัญ ในปี 2566 สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับจีนมากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้การใช้มาตรการภาษีศุลกากรเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับจีนตั้งแต่ปี 2561 ยังไม่สามารถลดขาดดุลได้อย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการสินค้าของสหรัฐฯ รวมถึงมีมาตรการยกเว้นภาษีหลายประการ อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่าการขาดดุลการค้าดังกล่าวอาจสูงมากขึ้น หากพิจารณาผลกระทบจากการเบี่ยงเบนการค้าของจีนที่ส่งออกผ่านประเทศอื่นๆ ไปยังสหรัฐฯ เช่น เม็กซิโกและเวียดนาม

ความแข็งแกร่งของสหรัฐฯ: ผลกระทบที่กระจายไปยังกลุ่มล่างน้อยลง

จากสถิติที่ผ่านมา ในช่วงที่สหรัฐฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่งมักจะส่งผลดีต่อประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่เน้นการผลิต แต่สถานการณ์นี้อาจเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากนโยบาย “อเมริกามาก่อน” ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์จะส่งผลให้ภาษีศุลกากรสูงขึ้น และกระตุ้นการผลิตภายในประเทศ ส่งผลให้ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกและมีการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ เช่น จีน เยอรมนี เวียดนาม และเม็กซิโก จะเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น

ธีมการลงทุนสำคัญสำหรับปี 2568

นายกิดอน เจอโรม เคสเซล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์เงินฝากและบริหารการลงทุนบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “การกลับมาของทรัมป์และชัยชนะของพรรครีพับลิกันในทั้ง 2 สภา จะยิ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ช่วงปีที่ผ่านมาหุ้นขนาดใหญ่ (mega-caps) ในสหรัฐฯ เป็นตัวหลักที่ผลักดันผลตอบแทนของดัชนีโดยรวม ในปี 2568 นักลงทุนอาจพิจารณาโอกาสลงทุนในหุ้นอื่นๆที่ไม่ใช่กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่เพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า เนื่องจากหุ้นเหล่านั้นมีมูลค่าที่ถูกกว่าและมุ่งเน้นตลาดในประเทศมากกว่า โดยมีการปรับประมาณการผลประกอบการในหุ้นที่ไม่ใช่กลุ่ม ‘Magnificent Seven’ เพิ่มขึ้น เนื่องจากคาดว่าผลกำไรจะกระจายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว จะทำให้หุ้นนอกเหนือจากหุ้นขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้น เช่น หุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ รวมไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์จากการยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ ได้แก่ กลุ่มการเงิน เทคโนโลยี และพลังงาน”

นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ได้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาคเทคโนโลยี โดยเพิ่มมูลค่าตลาดกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับบริษัทชั้นนำ 5 แห่ง ผู้ได้รับประโยชน์อันดับต้นๆ เช่น Nvidia ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการรายได้ทันทีจากการแข่งขันเพื่อฝึกโมเดลต่างๆ ที่ต้องการพลังการคำนวณมหาศาล อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่าผู้นำในอุตสาหกรรมในที่สุดจะขยายไปยังบริษัทที่สามารถเพิ่มมูลค่าผ่านแอปพลิเคชัน เช่น บริษัทซอฟต์แวร์ เป็นต้น ภาคส่วนที่สำคัญต่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพในระยะยาวที่จะมีเห็นยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค เป็นต้น

สำหรับเศรษฐกิจนอกสหรัฐฯ นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับประเทศที่มีการส่งออกไปยังสหรัฐฯ น้อยลง ในขณะที่จีนยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดและความเสี่ยงจากกำแพงภาษี แม้ว่าตลาดมีการปรับตัวจากปัจจัยเหล่านี้ไปบางส่วนแล้ว รัฐบาลจีนยังสามารถผ่อนคลายและกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มการบริโภคในประเทศได้ แต่จนถึงขณะนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนยังคงดำเนินการด้วยความระมัดระวัง นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในจีนควรมุ่งเน้นไปยังภาคอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งมีความผันผวนต่ำ เน้นการบริโภคภายในประเทศ และจ่ายเงินปันผลสูง

แนวโน้มตลาดหุ้นเอเชียยังส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจน แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางการค้าและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนที่ไม่แน่นอน แต่มูลค่าตลาดหุ้นเอเชียยกเว้นญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ รายได้ของบริษัทต่างๆยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง และเมื่อรวมกับความเป็นไปได้ในการออกมาตรการการกระตุ้นทางการคลังเพิ่มเติมของจีนอาจช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง นักลงทุนควรเน้นความคล่องตัวและเชิงรุกในการลงทุนในหุ้นเอเชียและจีนเพื่อคว้าโอกาสและลดความผันผวนของพอร์ตโฟลิโอ หุ้นปันผลคุณภาพสูงของเอเชียยังให้รายได้ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถพิจารณาการกระจายการลงทุนไปเพิ่มเติมในหุ้นอาเซียน

ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยยังคงจำกัด แต่อย่างไรก็ตาม ตราสารหนี้ยังคงมีบทบาทสำคัญในพอร์ตการลงทุน หลายนโยบายมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมการเติบโตอย่างชัดเจน แต่บางนโยบาย เช่น การเนรเทศแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสหรัฐฯ และทำให้เงินเฟ้อในภาคบริการสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงนโยบายเชิงโครงสร้างมักนำมาซึ่งความผันผวน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปีที่ร้อยละ 4.6 อยู่ในระดับค่าเฉลี่ยระยะยาว การลงทุนในตราสารหนี้จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากหุ้นในขณะที่ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม นักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้กลุ่มที่ใช้ในการระดมทุนของธนาคาร เช่น ตราสารหนี้ประเภท AT1, T2 และ Senior TLAC เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนตราสารหนี้ที่หลากหลาย เรายังคงแนะนำให้จัดสรรการลงทุนในทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง เนื่องจากทองคำมีผลการดำเนินงานที่ดีในปี 2567 และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการเข้าซื้อทองคำจากธนาคารกลางของประเทศต่างๆ จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนอยู่

โดยรวมแล้ว เราคาดว่าตลาดจะยังคงมีแรงหนุนให้เติบโตในปี 2568 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาของความผันผวนจากความไม่แน่นอนจากนโยบาย แม้ว่าผลตอบแทนจากตลาดหุ้นโดยรวมจะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น แต่คาดว่าอัตราผลตอบแทนไม่น่าจะสูงเท่ากับสองปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เรายังคาดว่าผลตอบแทนจากหุ้นจะกระจายตัวมากขึ้น และหมายถึงโอกาสในการทำผลตอบแทนที่ดีกว่าให้กับนักลงทุนด้วย

Banking and insurance Fanpage Banking and Insurance UOB www.bankingandinsurance.com ข่าวการลงทุน ข่าวการเงิน ข่าวออนไลน์ ข่าวเศรษฐกิจ
Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email WhatsApp Copy Link
Previous Articleกบข. แต่งตั้ง 3 บลจ. เป็นผู้จัดการกองทุนตราสารทุนไทย เพื่อลงทุนช่วยกระจายความเสี่ยง เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน
Next Article วิริยะประกันภัย เปิดฉาก “Viriyah Invitational Golf Tournament 2025” จัดดวลวงสวิงกระชับมิตรคู่ค้าสนามแรก โซนภาคกลางและภาคตะวันตก

Related Posts

EXIM BANK เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2569 เดินหน้าเติมสภาพคล่อง รับมือโลกการค้าใหม่ เยียวยาวิกฤต เร่งขยายโอกาสเติบโตสู่ตลาดโลก

October 26, 2026

ธอส.จัดกิจกรรม Town Hall Meeting: Talking with MD เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร ภายใต้แนวคิด “Beyond Together”

October 25, 2026

กรุงไทยสนับสนุน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ทางการแพทย์ ยกระดับระบบสุขภาพไทยสู่ยุคดิจิทัล

October 22, 2026
Contact Us

โทร : 0816229144
อีเมล์ : mooprawit@hotmail.com

Social online
Facebook YouTube

Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

Sign In or Register

Welcome Back!

Login to your account below.

Lost password?