Close Menu
  • Home
  • Banking
  • Insurance
  • Wealth
  • SustainAble
  • Next Gen
  • Stock Focus
  • insight
  • Global Move
  • Bookmark
  • Admin Log-In
YouTube
ข่าวการเงิน ธนาคาร และ ประกันภัย
  • Home
  • Banking
  • Insurance
  • Finance
  • Wealth
  • SustainAble
  • Next Gen
  • Stock Focus
  • Insight
  • Global Move
  • Bookmark
Login
YouTube Facebook
ข่าวการเงิน ธนาคาร และ ประกันภัย
Facebook YouTube

‘ทิสโก้’ เปิดกลยุทธ์ลงทุน เมื่อ‘ทรัมป์’ มีลุ้นคว้าชัยปธน.สหรัฐฯ แนะซื้อบอนด์สั้น – ทอง – หุ้นสหรัฐฯ อินเดีย และญี่ปุ่น รับตลาดขาขึ้น

staffBy staffNovember 3, 2024
31 ต.ค. 67 – ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดกลยุทธ์ลงทุนรับเลือกตั้งสหรัฐฯ ชี้ต้องจัดพอร์ตอย่างระมัดระวังหลังทรัมป์มีโอกาสชนะสูง คาดจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาด และอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐฯ (บอนด์ยิล) มีโอกาสเพิ่มขึ้น แนะซื้อบอนด์สั้นสหรัฐฯ ทอง หุ้นสหรัฐฯ อินเดีย และญี่ปุ่น
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง ล่าสุดผลสำรวจเป็นรายรัฐพบว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ มีคะแนนนำนางกมลา แฮร์ริสในเกือบทุกรัฐสำคัญ (swing states) ที่จะชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ในขณะที่อัตราต่อรองในตลาดพนันชี้ว่า ทรัมป์มีโอกาสชนะเลือกตั้งที่ความน่าจะเป็นราว 60% ซึ่งหากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด และอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐฯ (บอนด์ยิล) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อหุ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่รวมถึงประเทศไทยด้วย
สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนในช่วงการเลือกตั้งนั้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตอย่างระมัดระวัง โดยเน้นลงทุนในพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะสั้น และทองคำ ส่วนในพอร์ตหุ้นเน้นลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งจะได้ผลบวกจากนโยบายการลดภาษีนิติบุคคล ในขณะที่หุ้นในตลาดเกิดใหม่ให้เน้นลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียและญี่ปุ่นที่ตลาดเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างมากกว่าตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคและไม่ถูกกดันจากประเด็นดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า
“หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลให้บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ พุ่งขึ้น และดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า เนื่องจากนโยบายหาเสียงหลักของทรัมป์ เช่น การขึ้นกำแพงภาษีนำเข้ากับสินค้าจีนและประเทศอื่นๆ รวมถึงการพยามเนรเทศแรงงานผิดกฎหมายจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed โดย TISCO ESU ประเมินว่าการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก 10% และสินค้าจากจีน 60% ตามที่ทรัมป์หาเสียงจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 1% ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ค้างอยู่ที่ราว 3% Fed อาจลดดอกเบี้ยลงไปได้อย่างต่ำสุดที่ 4% สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่มองว่าดอกเบี้ยจะลดลงไปถึงระดับ 3.5% ในขณะที่นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาจะทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้น และต้องกู้เงินผ่านการออกพันธบัตรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บอนด์ยิลด์พุ่งขึ้นเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนซื้อพันธบัตรในปริมาณที่เพิ่มขึ้น โดยTISCO ESU ประเมินว่าบอนด์ยิลด์อาจขึ้นไปยืนเหนือ 4.5% หากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง” นายคมศรกล่าว
กลุ่มทิสโก้
Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email WhatsApp Copy Link
Previous ArticleRESIDENTIAL REAL ESTATE INDUSTRY ANALYSIS AND OUTLOOK แนวโน้มอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย
Next Article CIMB Thai เปิดตัวโครงการ CIMB Charity Pop กับ Art Toy สุดน่ารัก พร้อมตอบแทนสังคม

Related Posts

FWD ประกันชีวิต จับมือ JA Thailand สานต่อ “ครูไทยเก่งการเงิน” ปีที่ 2 พัฒนาทักษะการเงินครู เตรียมพร้อมถ่ายทอดสู่เยาวชน

October 29, 2026

คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “ส่งเสริมการลดฝุ่น PM2.5 ณ จังหวัดสระบุรี” ร่วมแก้ปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน

October 27, 2026

เมืองไทยประกันชีวิต คว้าอันดับ 1 “2026 Thailand’s Social Power Brand” กลุ่มประกันชีวิต ต่อเนื่องปีที่ 3 จาก BrandAge

October 26, 2026
Contact Us

โทร : 0816229144
อีเมล์ : mooprawit@hotmail.com

Social online
Facebook YouTube

Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

Sign In or Register

Welcome Back!

Login to your account below.

Lost password?