Close Menu
  • Home
  • Banking
  • Insurance
  • Wealth
  • SustainAble
  • Next Gen
  • Stock Focus
  • insight
  • Global Move
  • Bookmark
  • Admin Log-In
YouTube
ข่าวการเงิน ธนาคาร และ ประกันภัย
  • Home
  • Banking
  • Insurance
  • Finance
  • Wealth
  • SustainAble
  • Next Gen
  • Stock Focus
  • Insight
  • Global Move
  • Bookmark
Login
YouTube Facebook
ข่าวการเงิน ธนาคาร และ ประกันภัย
Facebook YouTube

SCGP เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2569 แข็งแกร่ง เดินหน้าบริหารฐานการผลิต-เพิ่มขีดความสามารถในอาเซียน

staffBy staffOctober 27, 2026

 

SCGP ประกาศผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขาย 94,326 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 5,896 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจในอินโดนีเซียที่ทำกำไรได้ต่อเนื่อง ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไตรมาส 4 ปีนี้ ความต้องการมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการผลิตสินค้าเตรียมรองรับช่วงเทศกาลปลายปี เดินหน้าบริหารฐานการผลิตในอาเซียน พร้อมทรานส์ฟอร์มธุรกิจอย่างต่อเนื่องควบคู่การขยายธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยความต้องการชะลอตัวในช่วงวันหยุดไตรมาสแรกของเวียดนามและอินโดนีเซีย ก่อนเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 และกลับสู่ระดับปกติในไตรมาส 3 ทั้งนี้ อาเซียนยังคงเติบโตแข็งแกร่ง จากการบริโภคสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

ทั้งนี้ SCGP มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีฐานลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ซึ่งยังคงเติบโต อีกทั้งธุรกิจในอินโดนีเซียยังทำกำไรได้ต่อเนื่องจากการบริหารต้นทุน ประกอบกับราคาขายที่ปรับขึ้นสอดคล้องกับราคาในภูมิภาค และการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานของการผลิตในภูมิภาค (Regional Optimization)  เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งมอบโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 94,326 ล้านบาท คงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มี EBITDA เท่ากับ 15,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสำหรับงวด 5,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 106 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 32,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มี EBITDA เท่ากับ 5,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสำหรับงวด 2,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 113 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซียที่ทำกำไรได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

นายวิชาญ กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไตรมาส 4 คาดว่าความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังได้รับแรงหนุนจากการผลิตสินค้าเพื่อเตรียมรองรับเทศกาลปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า ทั้งปีใหม่ ตรุษจีน เทศกาลเต๊ดในเวียดนาม และฮารีรายาในอินโดนีเซีย ด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังอยู่ในระดับสูง แต่มีเสถียรภาพมากขึ้น ช่วยให้วางแผนการผลิตและบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ช่วงวันหยุดปลายปี ภาระหนี้ครัวเรือน เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ อาจจำกัดการใช้จ่ายของผู้บริโภค

SCGP เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในอาเซียนผ่านการลงทุนและบริหารฐานการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 9 เดือนแรก บริษัทฯ ได้ขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกทางตอนใต้ของเวียดนาม 26,800 ตันต่อปี พร้อมลงทุนเพิ่มฐานการผลิตกระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัมและกระดาษทำผิวกล่องลูกฟูกคุณภาพสูงในจังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทย รองรับความต้องการที่เติบโตในภูมิภาค รวม 400,000 ตันต่อปี เพื่อสนับสนุนการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มที่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และได้เข้าลงทุนในบริษัทจินจงฟา อุตสาหกรรมกระดาษ จำกัด (JZF) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในจังหวัดชลบุรี ประเทศไทย ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 28,000 ตันต่อปี เพื่อขยายฐานลูกค้าจีนและตลาดผลไม้ส่งออก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสลงทุนเพิ่มเติมในอาเซียน ควบคู่การขยายธุรกิจในเวียดนามและอินเดีย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งยังคงขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเป็นร้อยละ 37 พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกร้อยละ 40 ในปี 2569 ควบคู่การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน โดยล่าสุด บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ใน SCGP ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2026 และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2026 ฉบับใหม่จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI ที่มุ่งเน้นการบริหารคุณภาพ การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อส่งมอบคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email WhatsApp Copy Link
Previous Articleเมืองไทยประกันชีวิต คว้าอันดับ 1 “2026 Thailand’s Social Power Brand” กลุ่มประกันชีวิต ต่อเนื่องปีที่ 3 จาก BrandAge
Next Article คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “ส่งเสริมการลดฝุ่น PM2.5 ณ จังหวัดสระบุรี” ร่วมแก้ปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน

Related Posts

GULF เดินหน้าสานต่อ ‘GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ส่งมอบพลังงานสะอาด เพิ่มโอกาสการศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนบ้านห้วยต้า จ.อุตรดิตถ์

October 29, 2026

BAM รับรางวัลเกียรติยศ “HOWE Smart CEO Award” จากนิตยสาร HOWE ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำองค์กร ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยหัวใจ สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน

October 21, 2026

BAM คว้ารางวัลทรงเกียรติระดับประเทศ “นวัตกรรมแห่งชาติ ด้านสังคม ประจำปี 2569” จากเวที National Innovation Awards 2026 ส่งต่อโอกาสผ่านโครงการ “ทรัพย์มหาชน” นวัตกรรมสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบ้าน

October 3, 2026
Contact Us

โทร : 0816229144
อีเมล์ : mooprawit@hotmail.com

Social online
Facebook YouTube

Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

Sign In or Register

Welcome Back!

Login to your account below.

Lost password?